ไฮไลท์ข่าว
- MRDIYT รายได้ไตรมาส 1/2569 แตะ 5,423.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- กำไรสุทธิอยู่ที่ 678.3 ล้านบาท เติบโต 25.1% สะท้อนความสามารถทำกำไรแข็งแกร่ง
- อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 52.0% ปรับตัวดีขึ้นทั้งเมื่อเทียบปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า
- เปิดสาขาใหม่สุทธิ 65 แห่งในไตรมาสแรก ดันจำนวนสาขารวมทั่วประเทศแตะ 1,192 สาขา
- จำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้น 22.3% เป็น 33.4 ล้านรายการ รับแรงหนุนจากเครือข่ายสาขาที่ขยายตัว
- คงเป้าเปิดสาขาใหม่ 210 แห่งในปี 2569 โดยจัดหาพื้นที่หรือเริ่มก่อสร้างแล้วกว่า 90% ของแผน
- เดินหน้าโครงการคลังสินค้าอัตโนมัติ หลังซื้อที่ดินแล้ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์และรองรับการเติบโต
- จัดแคมเปญ Price Lock พฤษภาคม-กรกฎาคม 2569 ช่วยผู้บริโภคบริหารค่าครองชีพ ท่ามกลางภาวะการใช้จ่ายระมัดระวัง
MRDIYT โชว์ผลงานไตรมาส 1/2569 รายได้ 5,423.8 ล้านบาท โต 21.4% กำไรสุทธิ 678.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.1% จากปีก่อน อานิสงส์ขยายสาขาต่อเนื่อง ดันเครือข่ายทั่วประเทศแตะ 1,192 สาขา พร้อมเดินหน้าเป้าหมายเปิดสาขาใหม่ 210 แห่งในปีนี้
บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT ผู้นำธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ในประเทศไทย รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้รวมอยู่ที่ 5,423.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 678.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.1% สะท้อนการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกที่ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะผู้บริโภคที่ยังระมัดระวังการใช้จ่าย
ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสแรกบริษัทเปิดสาขาใหม่สุทธิ 65 แห่ง ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสมีจำนวนสาขารวมทั้งสิ้น 1,192 สาขาทั่วประเทศ การขยายเครือข่ายดังกล่าวช่วยผลักดันจำนวนรายการธุรกรรมเพิ่มขึ้น 22.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาอยู่ที่ 33.4 ล้านรายการ
ด้านความสามารถในการทำกำไรยังปรับตัวดีขึ้น โดยบริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 52.0% เพิ่มขึ้น 0.3 จุดร้อยละ เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.6 จุดร้อยละ จากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนการบริหารต้นทุน การจัดการสินค้า และวินัยด้านการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี 2569 บริษัทคงเป้าหมายเปิดสาขาใหม่รวม 210 แห่ง โดยปัจจุบันได้จัดหาพื้นที่หรือเริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้วมากกว่า 90% ของแผนทั้งหมด ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าการขยายเครือข่ายสาขายังคงเป็นกลยุทธ์หลักในการผลักดันการเติบโตระยะยาว
นอกจากนี้ MRDIYT ยังได้ดำเนินการซื้อที่ดินสำหรับโครงการคลังสินค้าอัตโนมัติแล้ว ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ การบริหารสินค้าคงคลัง และรองรับการเติบโตของจำนวนสาขาในอนาคต
คุณแอนดี้ ชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทเดินหน้าตามกลยุทธ์หลักอย่างต่อเนื่อง แม้เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก อาทิ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และความกังวลด้านค่าครองชีพ แต่ผลกระทบยังอยู่ในระดับที่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้
ทั้งนี้ บริษัทระบุว่า การจัดหาสินค้ายังคงมีเสถียรภาพ ขณะที่ระดับสินค้าคงคลังในปัจจุบันน่าจะช่วยลดผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาของผู้ผลิตในระยะสั้นได้ โดยบริษัทยังให้ความสำคัญกับการส่งมอบสินค้าที่คุ้มค่าให้กับลูกค้า ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น แคมเปญ Price Lock หรือล็อคราคา ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม 2569 เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคบริหารค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น
“บริษัทฯ ยังคงสร้างการเติบโตผ่านการขยายสาขาอย่างเป็นระบบ การเข้าถึงฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น และการนำเสนอสินค้าที่คุ้มค่าคุ้มราคา ควบคู่กับการรักษาความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางภาวะที่ผู้บริโภคยังคงมีความระมัดระวังในการใช้จ่าย” คุณแอนดี้ กล่าว

ในมุมมองเชิงธุรกิจ ผลประกอบการไตรมาสแรกของ MRDIYT สะท้อนการเติบโตทั้งด้านรายได้ กำไร และจำนวนธุรกรรม โดยเฉพาะแรงหนุนจากโมเดลค้าปลีกสาขาขนาดเล็กถึงกลางที่กระจายตัวในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ขณะที่การลงทุนในระบบคลังสินค้าอัตโนมัติอาจเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในระยะถัดไป
