BRI หรือ บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) เดินหน้าระดมทุนผ่านการออกและเสนอขาย หุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 จำนวน 2 ชุด อายุ 1 ปี 9 เดือน และ 2 ปี 9 เดือน เสนออัตราดอกเบี้ยคงที่ในช่วง 5.65-6.15% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 5-7 พฤษภาคม 2569 ผ่านสถาบันการเงินและบริษัทหลักทรัพย์รวม 14 แห่ง
การเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญของ หุ้น BRI และแผนบริหารโครงสร้างทางการเงินของบริษัทในปี 2569 ท่ามกลางภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังต้องอาศัยเครื่องมือระดมทุนควบคู่กับการรักษาสภาพคล่องและการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการใหม่

BRI ออกหุ้นกู้ 2 รุ่น ชูดอกเบี้ยสูงสุด 6.15%
นายกฤษณ์ เตชะสัมมา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI เปิดเผยว่า บริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อออกและเสนอขายหุ้นกู้ระยะยาว ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ มีประกัน มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ และผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนวันครบกำหนด
สำหรับ หุ้นกู้ BRI ครั้งที่ 1/2569 แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่
- หุ้นกู้ชุดที่ 1 รุ่น BRI282A อายุ 1 ปี 9 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.65-5.85% ต่อปี
- หุ้นกู้ชุดที่ 2 รุ่น BRI292A อายุ 2 ปี 9 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.95-6.15% ต่อปี
ทั้ง 2 รุ่นกำหนดจ่ายดอกเบี้ย ทุก 3 เดือน ซึ่งถือเป็นจุดขายสำคัญสำหรับนักลงทุนที่มองหากระแสเงินสดสม่ำเสมอจากการลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชน
หุ้นกู้มีประกัน มูลค่าหลักประกันไม่น้อยกว่า 1.20 เท่า
จุดเด่นของการเสนอขาย หุ้นกู้บริทาเนีย รอบนี้ คือการเป็นหุ้นกู้มีประกัน โดยหลักประกันประกอบด้วยทรัพย์สินหลายประเภท ทั้งที่ดินเปล่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และห้องชุดพาณิชยกรรม รวมมูลค่าประเมินจำนวนมาก ครอบคลุมหลายจังหวัดสำคัญ
รายละเอียดหลักประกัน ประกอบด้วย
- ที่ดินเปล่า ตั้งอยู่ที่นนทบุรี หัวหิน และภูเก็ต มูลค่าประเมินรวมประมาณ 1,160 ล้านบาท
- ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตั้งอยู่ที่สมุทรปราการ มูลค่าประเมินรวมประมาณ 301 ล้านบาท
- ห้องชุดพาณิชยกรรม ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ ชลบุรี และระยอง มูลค่าประเมินรวมประมาณ 108 ล้านบาท
บริษัทระบุว่า มูลค่าประเมินของอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นหลักประกันต่อมูลค่าที่จำหน่ายได้จริง จะต้องมีอัตราส่วน ไม่น้อยกว่า 1.20 : 1.00 เท่า สะท้อนการออกแบบโครงสร้างหุ้นกู้เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ลงทุน
เครดิตองค์กรและหุ้นกู้ BRI อยู่ที่ BBB- แนวโน้ม Stable
ในด้านความน่าเชื่อถือทางการเงิน บริษัทได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ “BBB-” แนวโน้ม “Stable” ขณะที่หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ก็ได้รับอันดับเครดิตที่ระดับ “BBB-” แนวโน้ม “Stable” จากทริสเรทติ้ง เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569
อันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนสถานะทางธุรกิจและความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทในระดับที่ยังสามารถเข้าถึงตลาดทุนได้ ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงต้องพิจารณาความเสี่ยงของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ภาวะดอกเบี้ย และแนวโน้มกำลังซื้อควบคู่กันไป
เปิดขายผ่าน 14 สถาบันการเงิน เริ่มต้น 100,000 บาท
ผู้ลงทุนที่สนใจ จองซื้อหุ้นกู้ BRI สามารถจองซื้อได้ในราคา หน่วยละ 1,000 บาท โดยกำหนดจองซื้อขั้นต่ำ 100 หน่วย หรือ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100 หน่วย หรือ 100,000 บาท โดยไม่จำกัดมูลค่าการจองซื้อสูงสุดต่อราย
การเสนอขายจะดำเนินการผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 14 แห่ง ได้แก่
- บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด
- บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด
- บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด
- บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน)
- บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
- บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)
- บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซียไซรัส จำกัด (มหาชน)
- บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด
- บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
- บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน)
- บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
- บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
- บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
- บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด
ระดมทุนเพื่อชำระหนี้-โรลโอเวอร์ตราสารหนี้เดิม
วัตถุประสงค์ของการออกหุ้นกู้ครั้งนี้ บริษัทระบุว่าจะนำเงินไปใช้เพื่อ
- ชำระคืนหนี้อื่น
- ชำระหนี้ภายในกลุ่มบริษัท
- ชำระคืนหนี้จากการออกตราสารหนี้เดิม หรือ Roll Over ภายในเดือนพฤษภาคม 2569
ประเด็นนี้สะท้อนว่า BRI กำลังใช้ตลาดตราสารหนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารต้นทุนทางการเงินและจัดพอร์ตหนี้ให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจในระยะต่อไป
ลุ้นรับรู้รายได้ “บัลโค บางเทา บีช” ตั้งแต่ไตรมาส 2/69
อีกปัจจัยที่ตลาดจับตา คือแผนการทยอยรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ บัลโค บางเทา บีช มูลค่าโครงการกว่า 1,350 ล้านบาท ซึ่งบริษัทคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ BRI ยังเดินหน้าพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์เทรนด์ใหม่ของผู้บริโภค โดยเฉพาะแนวคิด Wellness และ Longevity ที่เน้นคุณภาพชีวิต สุขภาวะ และการอยู่อาศัยระยะยาวมากขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนเปิดตัวโครงการรูปแบบใหม่ที่รองรับทั้งการอยู่อาศัยและการประกอบธุรกิจในพื้นที่เดียว ผ่านแบรนด์ Brilliant รวมถึงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน รองรับกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนจากตลาดเช่าในอนาคต
ตั้งเป้ายอดขายปี 2569 ที่ 5,000 ล้านบาท
สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทตั้งเป้า
- ยอดขาย 5,000 ล้านบาท
- รายได้ 3,400 ล้านบาท
- ยอดโอนกรรมสิทธิ์ 4,000 ล้านบาท
โดยตัวเลขดังกล่าวนับรวมทั้งโครงการที่บริษัทพัฒนาเองและโครงการร่วมทุน สะท้อนกลยุทธ์การขยายรายได้ทั้งจากการขายและการโอนโครงการ พร้อมต่อยอดไปสู่เซ็กเมนต์ใหม่ที่มีศักยภาพเติบโต
มุมมองการลงทุน: หุ้นกู้ BRI เหมาะกับใคร
หากพิจารณาในเชิงการลงทุน หุ้นกู้ BRI 2569 อาจเหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยประจำ และรับความเสี่ยงของหุ้นกู้ภาคเอกชนได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะผู้ที่มองหาหุ้นกู้มีประกัน อายุไม่ยาวมากนัก และให้ผลตอบแทนสูงกว่าทางเลือกฝากเงินทั่วไป
อย่างไรก็ดี ผู้ลงทุนควรพิจารณาอันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้ โครงสร้างหลักประกัน วัตถุประสงค์การใช้เงิน สถานการณ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกหุ้นกู้อย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจ
คำเตือนผู้ลงทุน
ผู้ลงทุนควรศึกษาลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน เนื่องจากการลงทุนมีความเสี่ยง และควรศึกษารายละเอียดจากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนให้ครบถ้วน
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่ง ยังไม่มีผลบังคับใช้
