แพลน บี มีเดีย เปิดผลงานครึ่งแรกปี 2569 รายได้ทะลุ 5,000 ล้านบาท รับแรงหนุนธุรกิจ OOH และ Engagement Marketing ขณะที่การลงทุน COM7 กว่า 7.2 พันล้านบาท กลายเป็นหมากยุทธศาสตร์สำคัญในการเปิดพื้นที่เติบโตใหม่ จับตาภาระต้นทุนทางการเงินและการสร้าง Synergy ในระยะต่อไป
บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB รายงานผลประกอบการช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้รวม 5,076 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 504 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% สะท้อนการเติบโตของธุรกิจสื่อนอกบ้าน ควบคู่กับธุรกิจ Engagement Marketing แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อภายในประเทศยังเผชิญความไม่แน่นอน
เฉพาะไตรมาส 2 ปี 2569 PLANB มีรายได้รวม 2,582 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3% และมีกำไรสุทธิ 297 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้บริษัทยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสแรก
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าจับตาไม่ได้อยู่เพียงตัวเลขผลประกอบการระยะสั้น แต่คือการเคลื่อนยุทธศาสตร์ของ PLANB จากการเป็นผู้ให้บริการสื่อนอกบ้านรายใหญ่ ไปสู่การสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เชื่อม สื่อ จุดสัมผัสผู้บริโภค ธุรกิจค้าปลีก และข้อมูล เข้าด้วยกัน
หนึ่งในหมากสำคัญคือการเข้าลงทุนใน บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนของโครงสร้างการเติบโตของ PLANB ในระยะถัดไป
OOH ยังเป็นเครื่องยนต์หลัก ดิจิทัลและทำเลยุทธศาสตร์หนุนรายได้
ธุรกิจสื่อนอกบ้าน หรือ Out-of-Home Media (OOH) ยังคงเป็นฐานรายได้สำคัญของ PLANB โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้สื่อดิจิทัลและพื้นที่โฆษณาในทำเลศักยภาพสูง
บริษัทเดินหน้าขยายประสิทธิภาพเครือข่ายผ่านความร่วมมือกับ VGI และ Hello Bangkok LED เพื่อเพิ่มความครอบคลุมของพื้นที่สื่อ และช่วยให้สามารถออกแบบแคมเปญที่เชื่อมต่อกับผู้บริโภคผ่านหลายจุดสัมผัสได้มากขึ้น
หนึ่งในการขยายสินทรัพย์สื่อที่สำคัญคือ Exchange Tower Iconic Wrap บริเวณแยกอโศก ถนนสุขุมวิท ซึ่งมีพื้นที่ Building Wrap มากกว่า 1,600 ตารางเมตร ช่วยเพิ่มพื้นที่โฆษณาในหนึ่งในย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ และบริเวณที่มีการเดินทางหนาแน่น
ทิศทางดังกล่าวสะท้อนว่า การแข่งขันในธุรกิจ OOH กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านจำนวนป้าย ไปสู่การแข่งขันด้าน คุณภาพของทำเล ความสามารถด้านดิจิทัล และความครอบคลุมของเครือข่าย
สำหรับแบรนด์และผู้ลงโฆษณา ความสามารถในการใช้เครือข่ายสื่อหลายรูปแบบผ่านผู้ให้บริการรายเดียว จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญมากขึ้นในการวางแผนสื่อยุคใหม่
Engagement Marketing ขยายจากพื้นที่สื่อ สู่ประสบการณ์ผู้บริโภค
อีกเครื่องยนต์ที่สนับสนุนการเติบโตของ PLANB คือธุรกิจ Engagement Marketing ซึ่งช่วยลดการพึ่งพารายได้จากการขายพื้นที่โฆษณาแบบดั้งเดิมเพียงช่องทางเดียว
ธุรกิจกีฬาได้รับแรงสนับสนุนจากทรัพย์สินและสิทธิทางการตลาดที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอล English Premier League รวมถึง Rajadamnern World Series หรือ RWS ขณะที่ธุรกิจดนตรี คอนเสิร์ต และกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ เข้ามาช่วยกระจายแหล่งรายได้ของบริษัท
โมเดลดังกล่าวทำให้ PLANB ไม่ได้วางตำแหน่งตัวเองเพียงในฐานะเจ้าของพื้นที่โฆษณา แต่กำลังขยายบทบาทไปสู่แพลตฟอร์มที่เชื่อม แบรนด์ คอนเทนต์ กิจกรรม และผู้บริโภค เข้าด้วยกัน
และแนวคิดดังกล่าวกำลังถูกต่อยอดไปสู่หมากที่ใหญ่กว่า ผ่านการลงทุนใน COM7
เดิมพัน COM7 กว่า 7.2 พันล้าน เปิดพื้นที่เติบโตนอกกรอบสื่อเดิม
PLANB เข้าลงทุนในหุ้น COM7 จำนวนไม่เกิน 263 ล้านหุ้น หรือประมาณ 11.01% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าการลงทุนประมาณ 7,219 ล้านบาท
การลงทุนดังกล่าวถือเป็นดีลขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับฐานธุรกิจของ PLANB และทำให้ตลาดจับตาว่า บริษัทจะสามารถสร้างผลตอบแทนจากเงินลงทุนก้อนนี้ในรูปแบบใดได้บ้าง
ในมุมเชิงกลยุทธ์ การถือหุ้น COM7 ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการรับผลตอบแทนจากเงินปันผลหรือการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น แต่ยังเปิดโอกาสในการเชื่อมเครือข่ายสื่อของ PLANB เข้ากับระบบนิเวศธุรกิจค้าปลีกเทคโนโลยีของ COM7
COM7 มีเครือข่ายร้านค้าภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ มากกว่า 1,400 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งอาจกลายเป็นพื้นที่ใหม่สำหรับการขยาย Digital Media Network ของ PLANB โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยี สมาร์ตโฟน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
นอกจากนี้ ยังมีโอกาสต่อยอดสื่อผ่านเครือข่ายรถแท็กซี่ไฟฟ้า EV7 รวมถึงการใช้ข้อมูลและพฤติกรรมผู้บริโภคเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนสื่อในอนาคต
หากสามารถต่อยอดได้ตามแผน ความร่วมมือระหว่าง PLANB และ COM7 อาจกลายเป็นมากกว่าการลงทุนทางการเงิน แต่เป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านสื่อและจุดสัมผัสผู้บริโภครูปแบบใหม่
จุดสำคัญคือ ตลาดสื่อนอกบ้านในเมืองใหญ่มีข้อจำกัดทั้งด้านพื้นที่และทำเล การสร้างการเติบโตในระยะต่อไปจึงไม่สามารถพึ่งพาการเพิ่มป้ายโฆษณาในรูปแบบเดิมเพียงอย่างเดียว
เครือข่ายร้านค้า รถยนต์ และฐานผู้บริโภคของ COM7 จึงอาจกลายเป็นพื้นที่ใหม่ที่ PLANB สามารถนำโมเดลธุรกิจสื่อเข้าไปต่อยอด และสร้างรายได้จาก Consumer Touchpoint รูปแบบใหม่ได้ในอนาคต
ดีลใหญ่แลกกับ D/E เพิ่มขึ้น ตลาดจับตาภาระทางการเงิน
การลงทุนขนาดใหญ่ย่อมมาพร้อมต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 PLANB มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ D/E เพิ่มขึ้นเป็น 1.13 เท่า หลังมีการกู้ยืมเพื่อรองรับการลงทุนใน COM7 อย่างไรก็ตาม ระดับดังกล่าวยังต่ำกว่าเงื่อนไขทางการเงินที่กำหนดไว้ไม่เกิน 1.50 เท่า
ขณะเดียวกัน บริษัทสามารถสร้าง กระแสเงินสดอิสระ หรือ Free Cash Flow ประมาณ 1,844 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนความสามารถในการบริหารโครงสร้างเงินทุน
อย่างไรก็ตาม การใช้วงเงินกู้มากกว่า 5,800 ล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุน ทำให้ PLANB มีภาระต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลต่อกำไรในช่วงปี 2569 ถึง 2570 ก่อนที่ประโยชน์จากการสร้าง Synergy กับ COM7 จะปรากฏอย่างเต็มที่
โจทย์สำคัญของ PLANB จึงไม่ใช่เพียงว่า COM7 เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพหรือไม่ แต่คือผลตอบแทนจากการลงทุนและ Synergy ที่เกิดขึ้น จะสามารถสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าต้นทุนเงินทุนที่เพิ่มขึ้นได้เร็วเพียงใด
นี่จะเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของความสำเร็จจากดีลครั้งนี้
ปันผลระหว่างกาล 0.0435 บาทต่อหุ้น
แม้บริษัทอยู่ระหว่างการลงทุนและขยายธุรกิจ คณะกรรมการ PLANB ยังคงมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.0435 บาทต่อหุ้น
คิดเป็นเงินปันผลรวมประมาณ 200 ล้านบาท และมีอัตราการจ่ายเงินปันผล หรือ Payout Ratio ประมาณ 67.9%
การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวสะท้อนความพยายามของบริษัทในการรักษาสมดุลระหว่างการคืนผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น กับการบริหารเงินทุนเพื่อรองรับโอกาสการเติบโตในอนาคต
ครึ่งปีหลังจับตา 3 เครื่องยนต์ OOH, Engagement Marketing และ COM7
สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 PLANB ประเมินว่าความต้องการใช้สื่อนอกบ้านยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง ขณะที่กิจกรรมทางการตลาดของลูกค้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล และธุรกิจ Engagement Marketing ยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง
หากมองในเชิงยุทธศาสตร์ ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามมี 3 ด้าน ได้แก่ การรักษาการเติบโตของธุรกิจ OOH เดิม การขยาย Engagement Marketing และความเร็วในการสร้าง Synergy จาก COM7
เพราะดีล COM7 ทำให้สมการการเติบโตของ PLANB เปลี่ยนไป
จากเดิมที่ตลาดจับตาว่า บริษัทจะสามารถขายพื้นที่สื่อและเพิ่มอัตราการใช้สินทรัพย์โฆษณาได้มากเพียงใด คำถามใหม่กำลังเปลี่ยนเป็นว่า PLANB จะสามารถนำ เครือข่ายสื่อ เทคโนโลยี ข้อมูล ร้านค้าปลีก และจุดสัมผัสผู้บริโภค มาประกอบเป็นแพลตฟอร์มธุรกิจใหม่ได้มากเพียงใด
หากทำได้สำเร็จ การลงทุนใน COM7 อาจช่วยเปิดพื้นที่การเติบโตที่อยู่นอกข้อจำกัดของตลาดสื่อนอกบ้านแบบเดิม
แต่ในอีกด้าน นักลงทุนยังต้องติดตาม ภาระดอกเบี้ย ระดับหนี้ และผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริงจากเงินลงทุนกว่า 7.2 พันล้านบาท
ทั้งหมดนี้จะเป็นตัวพิสูจน์ว่า การขยับจากธุรกิจสื่อ ไปสู่การสร้างระบบนิเวศที่เชื่อม สื่อ รีเทล ข้อมูล และผู้บริโภค ของ PLANB จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทได้มากเพียงใดในระยะยาว
