กลุ่มบริษัท LCB1 ผู้ให้บริการท่าเทียบเรือและโลจิสติกส์รายใหญ่ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง ฉลองครบรอบ 30 ปี พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนภาคส่งออกและโลจิสติกส์ไทย ด้วยเทคโนโลยีสีเขียว-นวัตกรรมขั้นสูง หนุนเศรษฐกิจประเทศสู่อนาคต
ในฐานะหนึ่งในผู้ให้บริการหลักของท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นท่าเรือน้ำลึกหลักของประเทศไทยและศูนย์กลางการขนส่งตู้สินค้าระดับภูมิภาค LCB1 Group ประกอบด้วย บริษัท แอลซีบี คอนเทนเนอร์ เทอร์มินัล 1 จำกัด และบริษัท แอล ซี เอ็ม ที จำกัด ได้มีบทบาทสำคัญในการรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมไทย และสนับสนุนสายการเดินเรือชั้นนำทั่วโลก

นายคอร์ สแปงจ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท LCB1 กล่าวว่า “ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา เราไม่เพียงเติบโตอย่างมั่นคง แต่ยังยึดมั่นในความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้ถือหุ้นระดับโลกอย่าง PSA และ APM Terminals ไปจนถึงหน่วยงานภาครัฐไทย เช่น การท่าเรือฯ กรมศุลกากร และกรมเจ้าท่า ที่ช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ โดยเรายังคงรักษาความเป็นองค์กรของคนไทยไว้อย่างเข้มแข็ง พนักงานไทยคิดเป็นกว่า 98% ขององค์กร”
LCB1 Group เดินหน้าพัฒนาระบบโลจิสติกส์ท่าเรืออย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการให้บริการที่ตอบโจทย์ทั้งสายเดินเรือขนาดใหญ่ (Main Line Operators) และสายเรือภูมิภาค (Intra-Asia) ผ่านการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและระบบอัตโนมัติที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าอย่างเป็นรูปธรรม
อีกหนึ่งจุดยืนสำคัญของ LCB1 คือการยกระดับมาตรฐาน “โลจิสติกส์สีเขียว” โดยลงทุนในอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานสะอาด เช่น เครนระบบไฟฟ้าและไฮบริด ที่สามารถลดการปล่อย CO2 ได้ถึง 70% รวมถึงเปลี่ยนจากพลังงานฟอสซิลมาใช้พลังงานทางเลือก เพื่อสอดคล้องกับนโยบายลดก๊าซเรือนกระจกของภาครัฐ และเป้าหมายเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในอนาคต
ขณะเดียวกัน LCB1 Group ยังดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เช่น การสนับสนุนโรงเรียนในพื้นที่ การสร้างโอกาสจ้างงานแก่ชุมชนรอบท่าเรือ และโครงการร่วมบริจาคสิ่งของผ่านการท่าเรือแห่งประเทศไทย ซึ่งล้วนเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้เติบโตไปพร้อมกับธุรกิจ
“เรามองว่า ความยั่งยืนทางธุรกิจไม่ได้เกิดจากผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องควบคู่กับความมั่นคงของชุมชนและสิ่งแวดล้อม LCB1 Group จะเดินหน้าต่อไปในฐานะพันธมิตรที่เชื่อถือได้ (Trusted Partner) ของอุตสาหกรรมการขนส่งไทย พร้อมพัฒนาคนไทยให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร” นายคอร์ สแปงจ์ กล่าวทิ้งท้าย
การเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการย้อนรำลึกถึงความสำเร็จที่ผ่านมา แต่คือการประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ของ LCB1 Group ที่จะยังคงลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และบุคลากร เพื่อขับเคลื่อน “ท่าเรือแหลมฉบัง” ให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์อาเซียนอย่างเต็มภาคภูมิ
