เมื่อคุณซันและคุณมายด์แปลงโฉม Toscana Valley ให้กลายเป็นปราสาทในเทพนิยาย
ท่ามกลางขุนเขาแห่งเขาใหญ่ ในบรรยากาศยุโรปสุดโรแมนติกของ Toscana Valley คือสถานที่ที่ “คุณซัน – บุญรอด อัศวสิทธิถาวร” และ “คุณมายด์ – วรัญญา อัศวสิทธิถาวร” เนรมิตให้กลายเป็นปราสาทแห่งความฝัน เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความรักของทั้งคู่ ผ่านธีมงานแต่งที่อบอวลไปด้วยมนต์เสน่ห์ของเทพนิยายดิสนีย์ – Beauty and the Beast
ในโลกที่ความรักมีหลายรูปแบบ คู่หนึ่งเลือกจะบอกเล่าความรักของพวกเขาผ่านบทนิทาน – ไม่ใช่นิทานที่เล่าจบในคืนเดียว แต่เป็นนิทานที่ยังคงถูกเขียนต่อ…ทุกวัน
คุณซัน – บุญรอด อัศวสิทธิถาวร ทายาทรุ่นสองของแบรนด์ Willy Welcraft ผู้อยู่เบื้องหลังนวัตกรรม “Service Wall” และจบการศึกษาด้าน Product Design จากประเทศอังกฤษ
คุณมายด์ – วรัญญา อัศวสิทธิถาวร ครีเอทีฟสาวผู้หลงใหลโลกแฟนตาซี จบการศึกษาด้านการสื่อสารการตลาดจากประเทศญี่ปุ่น และทำหน้าที่ดูแลงานด้านสื่อสารองค์กรและคอนเทนต์สร้างสรรค์มาตลอด
ทั้งสองคบกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย เป็นระยะเวลายาวนานถึง 9 ปี ก่อนจะตัดสินใจหมั้นหมายกันล่วงหน้าถึง 2 ปี และในที่สุดก็ร่วมกันเนรมิตวันแต่งงานให้กลายเป็นโลกดิสนีย์ในเวอร์ชันของพวกเขา โดยเลือก Toscana Valley, Khao Yai เป็นฉากหลังในปี 2019

ความรักที่เติบโตจากความต่าง เหมือนเจ้าชายอสูรและเบลล์
แม้พื้นเพ ชีวิต และบุคลิกจะต่างกันสุดขั้ว – เขาเงียบขรึม ละเอียด จริงจัง เธออบอุ่น สดใส และมองโลกด้วยหัวใจของนักฝัน แต่ทั้งคู่กลับกลายเป็น “คู่รักที่ลงตัวอย่างน่าอัศจรรย์”
“เราเหมือนอยู่กันคนละดวงดาว แต่พอได้ใช้ชีวิตด้วยกัน มันกลับพอดีแบบไม่ต้องพยายามเลยค่ะ” มายด์เล่าพลางหัวเราะ
“มายด์เค้ามีจินตนาการเยอะมาก ส่วนผมเป็นนักวางแผน ก็เลยสนุกดี เหมือนมีเพื่อนร่วมผจญภัยคนละมิติ” ซันเสริมอย่างอบอุ่น


งานแต่งงานที่กลายเป็นฉากหนึ่งในเทพนิยาย
ด้วยแรงบันดาลใจจากฉากเต้นรำสุดคลาสสิกในปราสาทของเจ้าชายอสูร งานแต่งของคุณซันและคุณมายด์จึงถูกออกแบบในรายละเอียดทุกมุม ตั้งแต่การตกแต่งด้วยแชนเดอเลียขนาดใหญ่ โดมแก้วใสครอบกุหลาบแดง ไปจนถึงเพลงบรรเลงจากวงเครื่องสายสด ที่พาแขกทุกคนดำดิ่งเข้าสู่บรรยากาศของดิสนีย์
ชุดเจ้าสาวของคุณมายด์ได้รับแรงบันดาลใจจากฉากเต้นรำของเบลล์ ออกแบบเป็นชุดปาดไหล่ ตัดเย็บด้วยผ้าไหมพริ้ว จับช่อช่วงบ่าเป็นดอกกุหลาบประดับคริสตัล Swarovski ปักมือทั้งตัว แวววาวทุกย่างก้าว เสริมลุคเจ้าหญิงที่สง่างามและโรแมนติก ส่วนคุณซันมาในสูทสีกรมท่าคลาสสิก เรียบ เท่ มั่นคง
สะท้อนภาพเจ้าชายเงียบขรึมผู้รักเพียงเธอคนเดียว

งานแต่งกลางหุบเขา กับฉากโรแมนติกที่สุดในชีวิต
ทั้งคู่ใช้ธีม Beauty and the Beast ถ่ายทอดเรื่องราวความรักในแบบของตัวเอง
โดยแปลงโฉม Toscana Valley ให้กลายเป็น “โถงเต้นรำในปราสาทกลางหุบเขา”
- แชนเดอเลียระย้าหรูหรา
- ดอกกุหลาบครอบในโดมแก้ว
- เพลง “Tale as Old as Time” และเพลง “Beauty and the Beast” บรรเลงสดจากวงเครื่องสาย
- โต๊ะจัดเลี้ยงประดับกุหลาบแดงชมพูตุ่น แจกันยุโรป และเทียนทรงสูง
- วางตุ๊กตาตัวละคร Beauty and the Beast ไว้บนโต๊ะแต่ละตัว
“เราอยากให้งานรู้สึกเหมือนฉากหนึ่งในนิทาน ที่ทุกคนได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว ไม่ใช่แค่แขกที่มานั่งชม” มายด์
รายละเอียดเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ
- การ์ดเชิญหน้าปกสีน้ำเงิน ออกแบบให้เข้ากับธีม พร้อมภาพวาดสถานที่จัดงานและลำดับพิธีในสไตล์การ์ตูน ภายในมีข้อความเปิดเรื่องราวรักบทใหม่ของเจ้าชายกับเบลล์ในเวอร์ชันของซันและมายด์ ซองการ์ดถูกผนึกด้วยลายกุหลาบสีแดงที่ทำด้วยมือทุกใบ โดยครอบครัวช่วยกันทำ
- ของชำร่วยเป็นกรอบรูปไม้ขนาดตั้งโต๊ะ ภายในใส่ภาพถ่ายที่ถ่ายในงานและพิมพ์ไว้ให้แขกแต่ละคนสามารถนำกลับไปเป็นที่ระลึก พร้อมกล่องบรรจุสวยงามแทนคำขอบคุณจากใจเจ้าบ่าวและเจ้าสาว
- โต๊ะจัดเลี้ยงตกแต่งด้วยองค์ประกอบจากเรื่อง Beauty and the Beast ทุกตัวละคร ไม่ว่าจะเป็นเบลล์ เจ้าชายอสูร Lumière Cogsworth และ Mrs. Potts เสริมด้วยหนังสือ ดอกกุหลาบสีแดงสด แจกันยุโรป เทียนทรงสูง และโคมไฟวินเทจ เพิ่มบรรยากาศโรแมนติกและอบอุ่น
ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ยามเย็น อากาศเย็นสบายราวกับต่างประเทศ ก่อนเริ่มพิธีมีการจัดธีม “สวนสนุกกลางเมืองปราสาท” แขกทุกคนได้สนุกกับซุ้มตักไข่ ปาเป้า มุมถ่ายรูป และเพลิดเพลินกับดนตรีแสดงสดตลอดทั้งงาน

ช่วงค่ำ แสงไฟโรแมนติกค่อยๆ สว่างขึ้น หนึ่งในความทรงจำพิเศษคือมินิคอนเสิร์ตจาก แสตมป์ อภิวัชร์ ที่มาร่วมเติมเต็มความอบอุ่นให้ค่ำคืนนั้น
“เราอยากให้ทุกคนที่มาร่วมงาน รู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในโลกของเรา โลกที่เต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น และความฝันแบบเด็กๆ ที่ยังมีอยู่ในตัวเราสองคนเสมอ” มายด์

รักแท้ไม่ต้องมีเวทมนตร์
แค่ยังเลือกกันทุกวัน แม้ในวันที่ไม่มีอะไรพิเศษ
จากงานแต่งที่เหมือนเทพนิยาย สู่ชีวิตคู่ที่เต็มไปด้วยความจริง
จากชายผู้สร้างนวัตกรรม สู่พ่อที่คอยอุ้มลูกหลับ
จากหญิงสาวผู้หลงไหลตัวอักษรและรักในการอ่านหนังสือ สู่แม่ที่ยังเล่านิทานก่อนนอนด้วยหัวใจดวงเดิม
และในทุกๆ วัน นิทานเรื่องนี้ยังคงถูกเขียนต่อ – ด้วยความเข้าใจ ความตั้งใจ และความรัก… ที่ไม่มีวันจบ
นิทานบทใหม่…ที่เขียนด้วยชีวิตจริง
แม้วันนั้นจะผ่านไปตั้งแต่ปี 2019 แต่ทุกภาพถ่าย ทุกเสียงเพลง และทุกคำอวยพร ยังคงเป็นความทรงจำงดงามของการเริ่มต้นบทใหม่ – ไม่ใช่แค่ในฐานะคู่สามีภรรยา แต่คือ “คู่ชีวิต” ที่จะร่วมกันเขียนนิทานบทถัดไปด้วยกัน
“เรารู้ว่านี่ไม่ใช่ตอนจบแบบ Happy Ending เหมือนในนิทาน แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตจริง ที่เราจะสร้างความสุขเล็กๆ ด้วยกันไปเรื่อยๆ” คุณซันกล่าวทิ้งท้ายอย่างเรียบง่าย แต่ลึกซึ้ง
จากงานแต่ง… สู่ครอบครัวที่อบอุ่นในชีวิตจริง
วันนี้คือปี 2025
เวลาผ่านไป 6 ปี นิทานบทใหม่ของคุณซันและคุณมายด์ยังคงถูกเขียนต่ออย่างสวยงาม
โดยมี “ตัวละครพิเศษ” อย่าง น้องไอรีณ ลูกสาววัยสามเดือน
เข้ามาเติมเต็มให้โลกของทั้งคู่สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเดิม
หลังจากพิธีแต่งงานอันน่าประทับใจ ทั้งสองยังคงเดินเรื่องราวความรักของพวกเขาต่อในฐานะครอบครัวเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและอบอุ่น โดยปัจจุบันคุณซันและคุณมายด์มีลูกสาวตัวน้อยที่เป็นดั่งแสงสว่างในชีวิต
“ทุกๆวัน ผมจะหาเวลาอุ้มและเล่นกับเค้าไม่ว่าจะมีงานเยอะแค่ไหนก็ไม่สำคัญเท่าลูก ผมจะหอมหน้าผากลูกแล้วบอกว่า… หม่ามี๊กับป่ะปี๊รักหนูมากๆ นะครับ” ซัน
เสียงหัวเราะ เสียงร้อง และความวุ่นวายเล็กๆ ทำให้บ้านหลังนี้เต็มไปด้วยพลังแห่งรัก
จากสองคนที่เคยจับมือกันในชุดแต่งงาน กลายเป็นพ่อแม่ที่ผลัดกันอุ้มลูก ช่วยกันเล่านิทาน และหัวเราะกับทุกเรื่องเล็กน้อยของครอบครัว

“เราเคยคิดว่าวันแต่งงานคือวันที่พิเศษที่สุด
แต่พอไอรีณเกิด เรารู้เลยว่าวันที่พิเศษจริงๆ คือทุกวันที่ได้อยู่ด้วยกัน” มายด์
จากวันนั้น… ถึงวันนี้
นิทานของพวกเขายังคงถูกเขียนต่อ
ด้วยหัวใจสองดวง และมือเล็กๆ ของลูกสาว ที่ค่อยๆ เติมคำว่า “ครอบครัว” ลงไปอย่างงดงาม
