การเงิน - การลงทุน

“โอสถสภา” รายงานกำไรจากการดำเนินงานปกติ Q3/67 672 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน พร้อมเดินเครื่องผลักดันการเติบโตทุกเซกเมนต์ใน Q4/67

"โอสถสภา" รายงานกำไรจากการดำเนินงานปกติ Q3/67 672 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน พร้อมเดินเครื่องผลักดันการเติบโตทุกเซกเมนต์ใน Q4/67

Share
"โอสถสภา" รายงานกำไรจากการดำเนินงานปกติ Q3/67 672 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน พร้อมเดินเครื่องผลักดันการเติบโตทุกเซกเมนต์ใน Q4/67
"โอสถสภา" รายงานกำไรจากการดำเนินงานปกติ Q3/67 672 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน พร้อมเดินเครื่องผลักดันการเติบโตทุกเซกเมนต์ใน Q4/67
Share

โอสถสภา รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2567 ทำรายได้จากการขาย 6,043 ล้านบาท อ่อนตัวตามฤดูกาลและผลกระทบน้ำท่วม และกำไรปกติ 672 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน โดยมีการรับรู้ผลกระทบจากการปรับโครงสร้างผ่านการจำหน่ายเงินลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายขวดแก้วในเมียนมาร์ ทำให้รายงานขาดทุนสุทธิ 361 ล้านบาท มองแนวโน้มไตรมาส 4/2567 ฟื้นตัว พร้อมเดินหน้าขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ มุ่งขยายฐานผู้บริโภคกลุ่มใหม่ เร่งเครื่องออกสินค้านวัตกรรมใหม่เพื่อผู้บริโภค ผลักดันการเติบโตทุกเซกเมนต์

       นางสาวรติพร ราษฎร์เจริญ Group Chief Financial Officer บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2567 (กรกฎาคม-กันยายน) บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 6,043 ล้านบาท ชะลอตัว 3.7% จากปีก่อน (YoY) และ 17.7% จากไตรมาสก่อน (QoQ) เนื่องจากปัจจัยด้านฤดูกาล (Low Season) และผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในภาคเหนือและภาคอีสาน ส่งผลต่อกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มทั้งในและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในต่างประเทศเติบโต 22.3% YoY จากยอดขายในเมียนมาร์และลาวที่แข็งแกร่ง รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง 8.5% YoY จากสินค้านวัตกรรมสินค้าใหม่ ๆ ตอบโจทย์แนวโน้มผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงและขยายเข้าสู่ฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ มากขึ้น

        ทั้งนี้ เนื่องจากไตรมาสที่ผ่าน บริษัทฯ บันทึกตัดจำหน่ายหนี้สูญและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายเงินลงทุนใน MGE Group ซึ่งเป็นธุรกิจผลิตและจำหน่ายขวดแก้วในเมียนมาร์ตามแผนยุทธศาสตร์การลงทุนในเมียนมาร์ และการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ส่งผลให้เกิดเป็นผลขาดทุนสุทธิจากการปรับโครงสร้างทางธุรกิจ 1,033 ล้านบาท ซึ่งหากไม่รวมรายการพิเศษนี้ บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานปกติ (Core Business) ที่ 672 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% สะท้อนศักยภาพและความแข็งแกร่งของธุรกิจที่ยังคงเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ 36.1% ขยายตัวจากปีก่อนจากราคาต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ลดลง ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายให้เหมาะสมสอดคล้อง

        โดยผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2567 (มกราคม-กันยายน) มีรายได้จากการขาย 20,648 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  5.7% YoY และมีผลกำไรสุทธิ 1,071 ล้านบาท ลดลง 45.6% YoY อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมผลขาดทุนสุทธิจากการปรับโครงสร้างทางธุรกิจจำนวน 1,352 ล้านบาท บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานปกติ (Core Business) ที่ 2,423 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.5% YoY จากการที่โอสถสภาได้เดินหน้าขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขยายฐานผู้บริโภคไปยังกลุ่มใหม่ ๆ ที่มีอัตราการเติบโตสูง ผ่านการออกนวัตกรรมสินค้าใหม่เพื่อผู้บริโภค อาทิ แบรนด์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้ชื่อ “เบบี้ มายด์ แอนด์ บียอนด์” ที่ขยายพอร์ตโฟลิโอเจาะกลุ่มทุกคนในครอบครัว โดยการผสานนวัตกรรม “พรีไบโอติก” ที่เป็นอาหารผิวจากธรรมชาติ เพื่อตอบรับเทรนด์สุขภาพ ตอกย้ำผู้นำเบอร์ 1 ของตลาดรวมสบู่และแป้งเด็กของเบบี้มายด์ ขณะที่ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “ทเวลฟ์พลัส” และ “เอ็กซิท” ได้ออกนวัตกรรมใหม่ๆ สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ช่วยผลักดันการเติบโตของทั้งในประเทศและต่างประเทศ

        ด้านแบรนด์ “ซี-วิท” ไม่หยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อคนไทย เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “C-Vitt วิตามินซี 1,000 มิลลิกรัม” เพิ่มวิตามินซีเป็น 1,000 mg. ต่อขวด ให้คุณประโยชน์ตอบรับความต้องการดูแลสุขภาพที่มากขึ้น พร้อมกับความอร่อย ดื่มง่าย ดื่มได้ทุกวัน และออกรสชาติใหม่ “เสาวรส” ที่รสชาติอร่อย หอม เปรี้ยวอมหวาน โดนใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ยังออก “เปปทีน กู๊ดไนท์” เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เผชิญกับความเครียดในแต่ละวัน ต้องการความผ่อนคลายและคุณภาพการนอนหลับที่ดี โดยพอร์ตเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ของโอสถสภาสามารถครองอันดับหนึ่งได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยส่วนแบ่งการตลาดในปีนี้ที่ 44.8% โดยผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเปปทีนมีส่วนแบ่งการตลาด 5.5% เพิ่มขึ้น 1.0% YoY และผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแบรนด์ “ซี-วิท” มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดที่ 74.0% ในกลุ่มเครื่องดื่มวิตามินซี เติบโต 5.3% YoY

        สำหรับไตรมาส 4 โอสถสภามุ่งหน้าสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจหลัก โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล หลังจากประสบความสำเร็จจากการบริหารกลยุทธ์ ไอดอลมาร์เก็ตติ้ง (Idol Marketing) ด้วยพรีเซนเตอร์ “พี่จอง-คัลแลน” โดยล่าสุด “มิโซซ่า” ตอบรับกระแสเรียกร้องให้แฟนคลับได้ใจฟูกันอีกครั้ง กับกระป๋องลิมิเต็ดเอดิชั่นลาย “พี่จอง-คัลแลน” ทั้งยังตอกย้ำความเป็นผู้นำเทรนด์การตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยการประกาศจับมือกับอินฟลูเอนเซอร์สุดฮอตแห่งปี คว้าตัว “น้องเนย Butterbear” มาร่วมเป็นพรีเซนเตอร์ของสองแบรนด์ดัง ทั้ง “เบบี้มายด์” และ “คาลพิส แลคโตะ” ที่เริ่มทยอยออกแคมเปญพิเศษ ร่วมสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์พร้อมฮีลใจมัมหมีอย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี

        ทั้งนี้ แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2567 คาดว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้ดีจากอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มขยายตัวจากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นและธุรกิจต่างประเทศที่เติบโตได้ดี ประกอบกับการฟื้นตัวของการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ รวมถึงอุปสงค์ของผู้บริโภคที่กลับมาเพิ่มขึ้นภายหลังจากสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย สอดรับกับการที่บริษัทฯ มีการพัฒนานวัตกรรมและออกผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงจัดกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ ที่ช่วยสร้างความตื่นเต้นและกระตุ้นตลาดในช่วงโค้งสุดท้าย โดยโอสถสภาตั้งเป้าการเติบโตรายได้ไม่ต่ำกว่า 5% จากปีก่อน และเดินหน้าบริหารจัดการต้นทุน ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและการดูแลสังคม เพื่อมุ่งสู่การเป็นพลังเพื่อเสริมสร้างชีวิตให้แก่ผู้บริโภคและผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า

Share
ads image

ธุรกิจ – เศรษฐกิจ

กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ คว้า 5 รางวัลจาก HR Asia Awards 2026 รับรางวัลบริษัท ที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย 6 ปีซ้อน พร้อมเกียรติยศระดับทอง
ธุรกิจ - เศรษฐกิจ

กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ คว้า 5 รางวัลจาก HR Asia Awards 2026 รับรางวัลบริษัท ที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย 6 ปีซ้อน พร้อมเกียรติยศระดับทอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 บริษัท กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ จำกัด (Griffith Foods Limited) ได้รับ 5 รางวัลจากเวที HR Asia Awards Thailand 2026 ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ โดยได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia

ยูนิลีเวอร์ชูไทยศูนย์วิจัยระดับภูมิภาค ใช้ AI และโรงงานต้นแบบเร่งพัฒนาสินค้า เปิดกลยุทธ์ SASSY ต่อยอดวาสลีน–คนอร์จากไทยสู่ตลาดโลก
ธุรกิจ - เศรษฐกิจ

ยูนิลีเวอร์ชูไทยฮับวิจัย ใช้ AI เร่งนวัตกรรม รุกตลาดโลก

ยูนิลีเวอร์เดินหน้าบทบาทไทยเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาระดับภูมิภาค ผสาน AI กับโรงงานต้นแบบ เร่งต่อยอดอินไซต์ผู้บริโภคสู่สินค้าเชิงพาณิชย์ ชูวาสลีน–คนอร์ ตัวอย่างนวัตกรรมจากไทยขยายตลาดต่างประเทศ

Aura Wellness ฉลอง 10 ปี เปิด Aura Bangkok Clinic สนามบินสุวรรณภูมิ ชูโมเดล “ทำสวยก่อนบิน” เชื่อม Beauty & Wellness กับการท่องเที่ยว ดัน T-Beauty เจาะนักเดินทางทั่วโลก
ธุรกิจ - เศรษฐกิจ

Aura Wellness ปักธงสุวรรณภูมิ เปิดเกม “ทำสวยก่อนบิน” ดัน T-Beauty เจาะนักเดินทางทั่วโลก

Aura Wellness เดินหน้ารุกตลาด Beauty & Wellness รับทศวรรษใหม่ เปิด Aura Bangkok Clinic สาขาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปักหมุดพื้นที่ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศหลังผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง ชูโมเดล “ทำสวยก่อนบิน” เชื่อมบริการความงามเข้ากับการเดินทาง

การเงิน – การลงทุน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เจาะกลยุทธ์ลงทุนไตรมาส 4/2569 จาก InnovestX จับตา 7 ปัจจัยเสี่ยง เปิด 5 หุ้นเด่นไทย มอง SET 1,550 จุดเริ่มน่าสะสม วางเป้าปี 2570 ที่ 1,715 จุด
การเงิน - การลงทุน

เปิด 7 ตัวแปรลงทุนโค้งท้ายปี 2569 InnovestX ชี้จังหวะสะสม 5 หุ้นไทย

InnovestX จับตาน้ำมัน–บอนด์ยีลด์–การเมือง กดดันการลงทุนไตรมาส 4/2569 แนะเลือกหุ้นพื้นฐานแกร่ง ไม่ไล่ราคา มอง SET บริเวณ 1,550 จุดเริ่มน่าสะสม พร้อมวางเป้าปี 2570 ที่ 1,715 จุด

PLANB เปิดผลงานครึ่งปีแรก 2569 รายได้ 5,076 ล้านบาท กำไรสุทธิ 504 ล้านบาท จับตาลงทุน COM7 กว่า 7.2 พันล้านบาท เปิดพื้นที่เติบโตใหม่
การเงิน - การลงทุน

PLANB กำไรครึ่งปีแรก 504 ล้าน โต 9% เดิมพัน COM7 เปิดเกมใหม่เหนือธุรกิจสื่อนอกบ้าน

แพลน บี มีเดีย เปิดผลงานครึ่งแรกปี 2569 รายได้ทะลุ 5,000 ล้านบาท รับแรงหนุนธุรกิจ OOH และ Engagement Marketing ขณะที่การลงทุน COM7 กว่า 7.2 พันล้านบาท กลายเป็นหมากยุทธศาสตร์สำคัญในการเปิดพื้นที่เติบโตใหม่

SCB WEALTH ประเมินเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าทะลุ 34 บาทต่อดอลลาร์ หากราคาน้ำมันพุ่ง พร้อมแนะกลยุทธ์ลงทุนครึ่งปีหลัง จับตา Fed ภูมิรัฐศาสตร์ และ AI
การเงิน - การลงทุน

SCB WEALTH ชี้เงินบาทเสี่ยงอ่อนทะลุ 34 บาท หากวิกฤตตะวันออกกลางดันน้ำมันพุ่ง แนะลงทุนครึ่งปีหลัง “Stay Invested” จับตา Fed-ภูมิรัฐศาสตร์-AI

SCB WEALTH จัดกิจกรรม Wealth Community ภายใต้หัวข้อ “The Dollar Reset: วางแผนลงทุนครึ่งปีหลัง ในวันที่ค่าเงินโลกกำลังเปลี่ยนเกม” เปิดมุมมองเศรษฐกิจและการลงทุนในช่วงครึ่งหลังปี 2569 โดยนักกลยุทธ์จาก SCB Financial Markets (SCB FM) และ SCB

TPS มั่นใจครึ่งหลังปี 2569 โตต่อ รับรู้แบ็กล็อก 1,933 ล้านบาท ลุ้นงานใหม่รัฐ-เอกชน ใช้ AI คุมต้นทุน ดันรายได้ทั้งปีโต 15-20%
การเงิน - การลงทุน

TPS ส่งซิกครึ่งหลังปี 69 โตต่อ ตุนแบ็กล็อก 1.93 พันล้าน ลุย AI ดันรายได้โต 20%

TPS มั่นใจผลงานครึ่งหลังปี 2569 ขยายตัวต่อเนื่อง รับแรงหนุนจากงานในมือกว่า 1,933 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าประมูลงานใหม่ทั้งภาครัฐและเอกชน เร่งใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพงานหลังบ้านและงานบริการ คุมต้นทุน หนุนรายได้ทั้งปีโต 15-20% ตามเป้า