ไฮไลท์ข่าว
- โอสถสภาเปิดเกมรุกใน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ชูแนวคิด “Thailand’s No.1 Energy, Powering the World” ตอกย้ำบทบาทผู้นำเครื่องดื่มบำรุงกำลังไทย
- เดินหน้ากลยุทธ์ Grow beyond Thailand วางตลาดต่างประเทศเป็น New Growth Engine เพื่อขยายฐานรายได้และสร้างการเติบโตระยะยาว
- เร่งหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระดับสากล ผ่าน Business Matching พร้อมเสนอบริการ OEM และ ODM แบบ One Stop Service
- นำทัพนวัตกรรมเครื่องดื่ม M-150, SHARK และ Thailicious ตอบโจทย์เทรนด์ Energy Drink, Functional Drink และเครื่องดื่มจากอัตลักษณ์ไทย
- เป้าหมายสำคัญคือยกระดับแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มที่ต้องอาศัยทั้งนวัตกรรม ช่องทางจำหน่าย และความเข้าใจผู้บริโภคแต่ละประเทศ
โอสถสภาเดินหน้าขยายเกมธุรกิจต่างประเทศ ใช้เวที THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 เป็นจุดเชื่อมพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ดันพอร์ต Energy Drink และ Functional Drink จากไทยสู่ตลาดสากล หลังตลาดในประเทศยังเป็นฐานหลัก ขณะที่ต่างประเทศถูกวางเป็น New Growth Engine ระยะยาว
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เปิดฉากยุทธศาสตร์ใหม่ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ภายใต้แนวคิด “Thailand’s No.1 Energy, Powering the World” สะท้อนทิศทางการขยับจากผู้นำตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศ ไปสู่การสร้างเครือข่ายธุรกิจระดับนานาชาติ
การปรากฏตัวของโอสถสภาในงานครั้งนี้ ไม่ได้ถูกวางเพียงในฐานะการจัดแสดงสินค้า แต่เป็นหนึ่งในความเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ เพื่อขยายบทบาทของบริษัทในตลาดเครื่องดื่มโลก โดยเฉพาะกลุ่ม Energy Drink และ Functional Drink ที่ยังมีโอกาสเติบโตตามพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งกลุ่มคนทำงาน คนรุ่นใหม่ และผู้บริโภคที่มองหาเครื่องดื่มตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะด้าน

นางสาวมุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การเข้าร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ถือเป็นก้าวสำคัญในการแสดงศักยภาพของโอสถสภาบนเวทีโลก โดยบริษัทมุ่งนำเสนอนวัตกรรมสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละประเทศ พร้อมเดินหน้าหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่มีวิสัยทัศน์สอดคล้องกัน เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว
ในเชิงธุรกิจ โอสถสภาวางบทบาทของพันธมิตรเป็นกลไกสำคัญของการขยายตลาดต่างประเทศ ทั้งในด้านเครือข่ายกระจายสินค้า ข้อมูลเชิงลึกผู้บริโภค ศักยภาพการผลิต และบริการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งรูปแบบ OEM และ ODM ตั้งแต่การพัฒนาสูตร ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการส่งมอบสินค้าตามมาตรฐานสากล
จุดที่น่าจับตาคือ การวางธุรกิจต่างประเทศเป็น New Growth Engine ภายใต้กลยุทธ์ “Grow beyond Thailand” ซึ่งสะท้อนความพยายามของโอสถสภาในการลดการพึ่งพาตลาดในประเทศเพียงด้านเดียว และสร้างฐานรายได้ใหม่ในตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง
แม้ตลาดไทยยังเป็นฐานหลักของโอสถสภา โดยมี M-150 เป็นแบรนด์สำคัญในการขับเคลื่อนพอร์ตเครื่องดื่มบำรุงกำลัง แต่ทิศทางในระยะต่อไปชี้ให้เห็นว่า บริษัทกำลังเร่งเพิ่มน้ำหนักให้ตลาดต่างประเทศมากขึ้น ผ่านการนำเสนอสินค้าที่ไม่ใช่เพียงเครื่องดื่มชูกำลังแบบดั้งเดิม แต่ครอบคลุมเครื่องดื่มไฮบริด เครื่องดื่มฟังก์ชัน และสินค้าที่ต่อยอดจากวัฒนธรรมไทย
ภายในงาน โอสถสภานำเสนอไฮไลต์ผลิตภัณฑ์หลายกลุ่ม โดย M-150 สูตรพรีเมียม ฝาทอง ชูจุดเด่นด้านการให้พลังงานเร่งด่วน ผ่านส่วนผสม D-Ribose และ L-Arginine พร้อมวิตามินบี 4 ชนิด ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการความกระปรี้กระเปร่าในชีวิตประจำวัน
อีกผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนการปรับตัวตามเทรนด์ผู้บริโภค คือ M-150 2in1 Energy Drink + Electrolyte ซึ่งผสานเครื่องดื่มชูกำลังเข้ากับแร่ธาตุและวิตามิน ตอบรับกลุ่มผู้บริโภคสายแอ็กทีฟ โดยบริษัทระบุว่าเป็นเครื่องดื่มชูกำลังไฮบริดที่เปิดตัวในเวียดนามและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ด้าน SHARK Energy Drink ถูกวางเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่มีฐานตลาดต่างประเทศชัดเจน โดยมีการจำหน่ายแล้วในกว่า 30 ประเทศ และเป็นที่นิยมในประเทศไซปรัส สำหรับงานครั้งนี้ โอสถสภาเปิดตัวรสชาติใหม่ Icy Blue Punch ซึ่งผสานคาเฟอีนธรรมชาติกับรสชาติ Blue Punch เพื่อจับตลาดผู้บริโภคที่มองหาเครื่องดื่มให้ความสดชื่นและเหมาะกับสภาพอากาศร้อน
ขณะที่แบรนด์ใหม่ Thailicious ถูกพัฒนาเพื่อเชื่อมโยงอัตลักษณ์ไทยเข้ากับนวัตกรรมเครื่องดื่ม โดยนำแรงบันดาลใจจากขนมและเครื่องดื่มไทยมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดสากล แนวทางนี้สะท้อนการใช้ “ความเป็นไทย” เป็นจุดขายเชิงวัฒนธรรมในตลาดโลก ซึ่งกำลังเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่หลายแบรนด์ไทยใช้สร้างความแตกต่าง
นอกจากการนำเสนอสินค้า โอสถสภายังใช้กิจกรรมในบูธเพื่อแสดงความยืดหยุ่นของพอร์ตเครื่องดื่ม โดยมี Bartender Mixologist นำผลิตภัณฑ์อย่าง M-150 และ SHARK มาสร้างสรรค์เป็นเมนู Mocktail สูตรพิเศษ เพื่อขยายภาพจำจากเครื่องดื่มบำรุงกำลังแบบเดิม ไปสู่การบริโภคในบริบทไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายขึ้น

ในภาพรวม การเคลื่อนไหวของโอสถสภาใน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 จึงไม่ใช่เพียงการโชว์สินค้าใหม่ แต่เป็นการส่งสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ว่า บริษัทกำลังเร่งยกระดับจากผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดไทย ไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มเครื่องดื่มที่พร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตรระดับโลก
ความท้าทายสำคัญหลังจากนี้ คือการแปลงความแข็งแกร่งของแบรนด์ไทยให้กลายเป็นการเติบโตจริงในตลาดต่างประเทศ ทั้งด้านการกระจายสินค้า ความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคแต่ละประเทศ การแข่งขันกับแบรนด์ระดับโลก และการพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ตลาดเฉพาะได้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การใช้ THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 เป็นเวทีเปิดเกมรุกครั้งนี้ ทำให้โอสถสภาอยู่ในจังหวะที่น่าจับตา โดยเฉพาะหากกลยุทธ์ Grow beyond Thailand สามารถต่อยอดสู่พันธมิตรเชิงกลยุทธ์และการขยายช่องทางจำหน่ายในต่างประเทศได้ตามเป้าหมาย ก็อาจกลายเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัทในตลาดเครื่องดื่มระดับภูมิภาคและระดับโลก
