InnovestX จับตาน้ำมัน–บอนด์ยีลด์–การเมือง กดดันการลงทุนไตรมาส 4/2569 แนะเลือกหุ้นพื้นฐานแกร่ง ไม่ไล่ราคา มอง SET บริเวณ 1,550 จุดเริ่มน่าสะสม พร้อมวางเป้าปี 2570 ที่ 1,715 จุด
ตลาดหุ้นโค้งท้ายปี 2569 ต้องรับมือความเสี่ยงหลายด้าน แม้กำไรบริษัทจดทะเบียนยังช่วยประคองบรรยากาศลงทุน แต่ทิศทางราคาน้ำมัน ดอกเบี้ย และความขัดแย้งระหว่างประเทศ เป็นตัวแปรที่อาจเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนธุรกิจและการประเมินมูลค่าหุ้น
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ InnovestX เปิดกลยุทธ์การลงทุนไตรมาส 4/2569 ภายใต้แนวคิด “Navigating the Seven” ให้น้ำหนักกับการเลือกลงทุนในบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง กำไรมีความชัดเจน และรับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกจำกัด ควบคู่กับการกระจายความเสี่ยงของพอร์ต
น้ำมัน–ดอกเบี้ย ส่งต่อความเสี่ยงถึงพอร์ตลงทุน
นายสุทธิชัย คุ้มวรชัย Head of Investment Strategy & Research ของ InnovestX ประเมินว่า ภาพเศรษฐกิจมหภาคมีความเปราะบางมากขึ้น โดยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้ออาจทำให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง และส่งผลต่อเนื่องไปยังเงินเฟ้อ การคาดการณ์ดอกเบี้ย ต้นทุนทางการเงิน และค่าเงินบาท
ฝ่ายวิจัยระบุ 7 ปัจจัยกำหนดทิศทางการลงทุน ที่ต้องติดตาม ได้แก่
- ราคาน้ำมัน ซึ่งเชื่อมโยงกับต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อ
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตร ที่เป็นตัวแปรสำคัญต่อต้นทุนเงินทุน
- การเมืองและการเลือกตั้ง ซึ่งอาจเปลี่ยนทิศทางนโยบายและความเชื่อมั่น
- ภาวะเอลนีโญรุนแรง
- หนี้สาธารณะ
- การเติบโตของกำไรบริษัท
- ความต้องการด้าน AI
อย่างไรก็ตาม InnovestX มองว่า หากความขัดแย้งคลี่คลายและการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่ภาวะปกติ ความเสี่ยงที่ส่งต่อจากราคาพลังงานอาจเปลี่ยนทิศได้ จึงต้องติดตามสถานการณ์ควบคู่กับข้อมูลผลประกอบการ
เปิดจุดสะสมหุ้นไทย เป้า SET ปี 2570 อยู่ที่ 1,715 จุด
นายสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน InnovestX ระบุว่า ประมาณการกำไรต่อหุ้น หรือ EPS ของตลาดหุ้นไทยได้รับการปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน ขณะที่ตลาดโลกเริ่มเห็นการเติบโตของกำไรกระจายไปยังอุตสาหกรรมอื่นนอกกลุ่มเทคโนโลยี
แต่หลังตลาดปรับตัวขึ้นมาแล้ว โอกาสปรับขึ้นเพิ่มเติมเริ่มจำกัด ขณะที่ความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ นโยบายการเงิน และต้นทุนทางการเงินยังต้องติดตาม กลยุทธ์จึงเน้นรอจังหวะเข้าซื้อและหลีกเลี่ยงการไล่ราคา
InnovestX ประเมินว่า SET Index บริเวณ 1,550 จุด เป็นระดับที่เริ่มน่าสนใจสำหรับทยอยสะสม และกำหนด เป้าหมาย SET Index ปี 2570 ที่ 1,715 จุด โดยมีการลงทุนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นแรงสนับสนุน
สำหรับ 5 หุ้นเด่น ที่ฝ่ายวิจัยคัดเลือก ประกอบด้วย AMATA, CENTEL, CRC, KTB และ PR9 ภายใต้แนวทางเลือกบริษัทที่มีงบดุลแข็งแกร่งและแนวโน้มกำไรชัดเจน
ขณะเดียวกัน การเร่งเบิกจ่ายและการลงทุนของภาครัฐยังเป็นปัจจัยที่ InnovestX มองว่าจะช่วยหนุนธุรกิจที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจในประเทศ หรือ Domestic Plays
คง GDP ไทยโต 2% จับตาน้ำมันและเงินบาท
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ InnovestX เปิดเผยว่า ยังคงประมาณการ GDP ไทยปี 2569 และ 2570 เติบโต ปีละ 2.0% โดยเศรษฐกิจมีลักษณะฟื้นตัวแตกต่างกันระหว่างภาคส่วน หรือ K-shaped
การลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกที่ได้แรงหนุนจาก AI เป็นองค์ประกอบสำคัญของการเติบโต ก่อนที่ปี 2570 แรงขับเคลื่อนจะย้ายไปสู่ภาครัฐและการบริโภคมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยปรับสมมติฐานราคาน้ำมันเฉลี่ยปี 2569 ขึ้นเป็น 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และปี 2570 เป็น 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พร้อมประเมินว่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่า ขณะที่ทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลักและผลตอบแทนพันธบัตรยังเป็นตัวแปรที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ลงทุนต่างประเทศ กระจายจาก AI สู่หุ้นปันผล
ในส่วนหุ้นต่างประเทศ InnovestX ยังมองโอกาสจากการเติบโตของ AI โดยยกตัวอย่าง Google, Amazon, Nvidia, Tencent และ Alibaba แต่เสนอให้กระจายการลงทุนไปยังหุ้นนอกกลุ่มเทคโนโลยีด้วย
กลุ่มตั้งรับที่ฝ่ายวิจัยกล่าวถึงมีทั้ง Visa, AIA, Walmart, Iberdrola และ China Mobile ส่วนกลุ่มปันผลมีตัวอย่าง ได้แก่ Verizon, AXA, Enel และ ICBC
ด้านนายจรณพงศ์ รัตนะโสภา Head of Investment Product Specialist ของ InnovestX นำเสนอกองทุน M-SCHD ซึ่งลงทุนผ่าน Schwab U.S. Dividend Equity ETF หรือ SCHD เป็นอีกทางเลือกสำหรับเข้าถึงหุ้นสหรัฐฯ กลุ่มปันผลคุณภาพ และกระจายการลงทุนออกจากหุ้นเทคโนโลยี
สำหรับการวางพอร์ตช่วงปลายปี ประเด็นสำคัญตามมุมมอง InnovestX คือการพิจารณาทั้งคุณภาพกิจการ ราคาที่เข้าลงทุน และความเสี่ยงที่พอร์ตสามารถรองรับได้ โดยเป้าหมายดัชนีและแนวโน้มกำไรต้องประเมินควบคู่กับสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง
