แกร็บ ประเทศไทย ยืนยันความเป็นผู้นำซูเปอร์แอปด้านการเดินทางและฟู้ดเดลิเวอรี ด้วยกลยุทธ์ ‘S.M.A.R.T’ เดินหน้าสร้างความยั่งยืน ขยายตลาด ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม พร้อมเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับผู้บริโภคและพาร์ทเนอร์ธุรกิจ
นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปี 2567 บริษัทสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดบริการเรียกรถและฟู้ดเดลิเวอรี โดยมุ่งเน้นการขยายธุรกิจ เสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศดิจิทัล พร้อมรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยแกร็บวางวิสัยทัศน์ ‘Lead with Purpose’ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีกลยุทธ์ ‘S.M.A.R.T’ เป็นแนวทางหลัก
กลยุทธ์ ‘S.M.A.R.T’ ของแกร็บประเทศไทย ประกอบด้วย 5 แกนหลัก ได้แก่:
- Sustainability: สร้างความยั่งยืนทั้งในด้านธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเดินหน้าโครงการ Grab EV ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ควบคู่ไปกับโครงการ Carbon Offset ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมปลูกต้นไม้และซื้อคาร์บอนเครดิต
- Market Expansion: ขยายบริการให้ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ใช้ ตั้งแต่ Gen Z จนถึงกลุ่มผู้สูงวัย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผ่านการเปิดตัว ‘Friends of Grab’ และการใช้ฟีเจอร์ Family Account เพื่อเชื่อมโยงสมาชิกในครอบครัว
- Affordability: นำเสนอทางเลือกบริการที่เข้าถึงได้มากขึ้น ด้วยแพลตฟอร์ม GrabCar SAVER, GrabBike SAVER และซับแบรนด์ Hot Deals ที่ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น โดยเตรียมขยายบริการ SAVER ทั่วประเทศ
- Retention: รักษาฐานลูกค้าด้วยโปรแกรม GrabUnlimited และ GrabVIP พร้อมพัฒนาสิทธิประโยชน์สำหรับคนขับและพาร์ทเนอร์ร้านค้า เช่น ประกันสุขภาพ และสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการร้านอาหาร
- Tech & Innovation: พัฒนาเทคโนโลยีและบริการใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาทิ Advance Booking for Airport Pickups และ GrabExecutive ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทางและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้
เร่งขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลไทย
แกร็บยังคงให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมุ่งพัฒนาโซลูชันที่ช่วยเสริมศักยภาพของธุรกิจในระบบนิเวศ เช่น GrabAds ที่เปลี่ยนจากแพลตฟอร์มโฆษณาเป็นโซลูชันการตลาดเชิงสร้างสรรค์ และ Grab For Business ที่ขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังหลากหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้ฐานลูกค้าองค์กรเติบโตขึ้นถึง 80% ภายในปีที่ผ่านมา
จากผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) พบว่า ในปี 2566 กิจกรรมทางธุรกิจของแกร็บมีส่วนช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยกว่า 1.79 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 1% ของ GDP ประเทศไทย ตอกย้ำบทบาทของแกร็บในฐานะแพลตฟอร์มที่มีอิทธิพลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม

“ตลอดระยะเวลาเกือบ 12 ปี แกร็บยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและบริการที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย และเราจะเดินหน้าสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้กับทุกภาคส่วน” นางสาวจันต์สุดา กล่าวทิ้งท้าย
