“ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท” หรือ “CPNREIT” ประกาศจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2567 ที่อัตรา 0.266 บาทต่อหน่วย คิดเป็นผลตอบแทน (Yield) 8.6% พร้อมขึ้นเครื่องหมาย XD และ XN ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ หลังโชว์ผลประกอบการปี 2567 เติบโตแข็งแกร่ง กำไรจากการลงทุนสุทธิพุ่ง 6% แตะระดับ 4,162 ล้านบาท สะท้อนแนวโน้มธุรกิจที่ยังสดใสท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคในประเทศ

ผลประกอบการปี 2567: รายได้รวม 6,074 ล้านบาท
นางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ กรรมการ บริษัท ซีพีเอ็น รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ CPNREIT เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2567 ของกองทรัสต์ยังคงเติบโตได้ดี โดยมีรายได้รวม 6,074 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อนหน้า โดยแบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจศูนย์การค้า 4,711 ล้านบาท ธุรกิจอาคารสำนักงาน 930 ล้านบาท และธุรกิจโรงแรม 395 ล้านบาท ขณะที่อัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยอยู่ที่ 91% และปริมาณผู้ใช้บริการศูนย์การค้าเพิ่มขึ้นเป็น 89% จากไตรมาสก่อนหน้า
ผลประกอบการไตรมาส 4/2567: รายได้และกำไรสุทธิแข็งแกร่ง
สำหรับไตรมาส 4/2567 กองทรัสต์มีรายได้รวม 1,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะได้รับผลกระทบจากการรีโนเวตศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต และเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมผลกระทบจากการปรับปรุงดังกล่าว รายได้จะเติบโต 3% และกำไรจากการลงทุนสุทธิจะเพิ่มขึ้น 4%
CPNREIT ประกาศจ่ายปันผล-ลดทุน รวม 0.266 บาทต่อหน่วย
CPNREIT มีมติจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ผู้ถือหน่วยจากผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2567 ในอัตรา 0.266 บาทต่อหน่วย แบ่งเป็นเงินปันผล 0.0987 บาทต่อหน่วย และเงินลดทุน 0.1673 บาทต่อหน่วย กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD และ XN วันที่ 27 กุมภาพันธ์ และปิดสมุดทะเบียนเพื่อสิทธิรับเงินปันผลวันที่ 3 มีนาคม ก่อนจ่ายเงินในวันที่ 17 มีนาคม 2568 โดยเมื่อรวมกับผลตอบแทนจาก 9 เดือนแรกของปี กองทรัสต์จะจ่ายผลตอบแทนรวม 1.0620 บาทต่อหน่วย คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 8.6% เทียบกับราคาตลาด ณ สิ้นปี 2567 ที่ระดับ 12.30 บาทต่อหน่วย
กลยุทธ์ปี 2568: รักษาอัตราการเช่า-เพิ่มศักยภาพการลงทุน
สำหรับแผนดำเนินงานในปี 2568 CPNREIT ตั้งเป้ารักษาอัตราการเช่าพื้นที่ให้สูงกว่า 90% แม้ว่าจะมีการปรับปรุงศูนย์การค้า 2 แห่งในปีนี้และต้นปี 2569 พร้อมเดินหน้าจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนอย่างสม่ำเสมอให้ผู้ถือหน่วย โดยใช้ 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่:
- การเพิ่มศักยภาพทรัพย์สินที่ลงทุน ด้วยการปรับขึ้นค่าเช่าและเพิ่มรายได้จากพื้นที่ส่วนกลาง
- การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ศักยภาพสูง ที่สามารถสร้างผลตอบแทนระยะยาว
- การปรับปรุงศูนย์การค้าให้ทันสมัย พร้อมดึงร้านค้าและผู้เช่าที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่
ทั้งนี้ กองทรัสต์ได้ดำเนินการเพิ่มทุนและต่อสัญญาโครงการเซ็นทรัล ปิ่นเกล้าไปอีก 15 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 – 31 ธันวาคม 2582 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงให้แก่ผู้ถือหน่วยในระยะยาว ขณะที่ ณ สิ้นปี 2567 กองทรัสต์มีสินทรัพย์รวม 92,102 ล้านบาท กระจายการลงทุนในศูนย์การค้า 7 โครงการ อาคารสำนักงาน 4 อาคาร และโรงแรม 1 แห่ง ซึ่งสะท้อนถึงโครงสร้างพอร์ตการลงทุนที่แข็งแกร่ง พร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต
