ข่าวทั่วไป

ภาคีสุขภาพเรียกร้องรัฐบาลใหม่ ควรปรับปรุงมาตรการภาษีสินค้าบุหรี่ เหล้า น้ำตาล และเกลือ เพื่อลดภาระการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เพื่อลดต้นทุนรักษาพยาบาลของประชาชนและของประเทศ

Share
ภาคีสุขภาพเรียกร้องรัฐบาลใหม่ ควรปรับปรุงมาตรการภาษีสินค้าบุหรี่ เหล้า น้ำตาล และเกลือ เพื่อลดภาระการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เพื่อลดต้นทุนรักษาพยาบาลของประชาชนและของประเทศ
ภาคีสุขภาพเรียกร้องรัฐบาลใหม่ ควรปรับปรุงมาตรการภาษีสินค้าบุหรี่ เหล้า น้ำตาล และเกลือ เพื่อลดภาระการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เพื่อลดต้นทุนรักษาพยาบาลของประชาชนและของประเทศ
Share

วันที่ 12 มกราคม 2569 ณ โรงแรม Best Western จตุจักร ภาคีสุขภาพจัดเวทีวิชาการและสื่อสารสาธารณะ เรื่อง ข้อเสนอการปรับปรุงมาตรการภาษีสินค้าที่มีผลกระทบต่อสุขภาพทั้งสี่ชนิด ได้แก่ บุหรี่ เหล้า น้ำตาล และเกลือ

นพ.กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กล่าวว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) เป็นปัญหาสุขภาพทั้งในมิติการป่วย และการเสียชีวิต โดยเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของประเทศไทย ข้อเท็จจริงคือคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคไม่ติดต่อกว่า 500,000 ราย ในปีพ.ศ. 2565 ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 73 ของสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมด   สถานการณ์การป่วยด้วยโรค NCDs พบมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย พ.ศ. 2567 – 2568 พบความชุกของโรคเบาหวานในประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป เท่ากับร้อยละ 10.6 ความชุกโรคความดันโลหิตสูง เท่ากับร้อยละ 29.5 และภาวะอ้วนเท่ากับร้อยละ 45.0 โดยเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจฯ พ.ศ. 2562 -2563 ความชุกโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และภาวะอ้วนเพิ่มสูงขึ้น คิดเป็นอัตราการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.6, 16.1 และ 6.6 ตามลำดับ ซึ่งสถานการณ์ปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรมที่สำคัญที่ส่งผลต่อโรค NCDs ได้แก่ การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พฤติกรรมการรับประทานอาหารไม่เหมาะสม และการขาดกิจกรรมทางกาย   ส่งผลให้เกิดภาระโรคและความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล โดยในปี พ.ศ. 2562 มีการประเมินมูลค่าความสูญเสียสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 9.4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) โดยร้อยละ 91 ของความสูญเสียทางเศรษฐกิจ (คิดเป็นมูลค่า 1.495 ล้านล้านบาท) โดยเป็นค่าใช้จ่ายแฝงที่เกิดจากภาวะขาดงานและการสูญเสียกำลังผลิตอันเนื่องมาจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ในขณะที่ร้อยละ 9 ของความสูญเสียทางเศรษฐกิจ (มูลค่าประมาณ 1.39 พันล้านบาทต่อปี) เป็นค่าใช้จ่ายทางตรงในการรักษาพยาบาล นับเป็นรายจ่ายส่วนใหญ่ของระบบสาธารณสุข   ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ประเทศสมาชิกลงทุนดำเนินการแก้ปัญหาโรค NCDs เพราะจะได้ผลตอบแทนถึงเจ็ดเท่า และยังแนะนำอีกว่ามาตรการภาษีเป็นมาตรการที่คุ้มค่ามากมาตรการหนึ่งที่ประเทศสมาชิกควรดำเนินการ

ทพญ.ปิยะดา ประเสริฐสม ผู้จัดการเครือข่ายคนไทยไม่กินหวาน ให้ข้อมูลว่า ประเทศไทยได้เริ่มมีการจัดเก็บภาษีในเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาล ซึ่งมีการจัดเก็บภาษีตามปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่ม และมีการปรับอัตราภาษีเป็นแบบขั้นบันไดทุก ๆ 2 ปี ซึ่งได้มีการจัดเก็บภาษีเต็มอัตรา เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่มีการจัดเก็บภาษีดังกล่าว อุตสาหกรรมเครื่องดื่มได้มีการปรับตัว โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลต่ำ เครื่องดื่มที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล และเครื่องดื่มที่ไม่ให้พลังงาน ออกจำหน่ายในท้องตลาดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภายหลังการขึ้นภาษีรอบสุดท้าย เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลมีการปรับราคาเพิ่มเพียงเล็กน้อย ประกอบกับยังคงพบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษีส่วนมูลค่า เช่น นมปรุงแต่ง น้ำผลไม้   รัฐบาลจึงควรดำเนินการมาตรการภาษีให้ครอบคลุมนมปรุงแต่ง น้ำผลไม้ เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของสารทดแทนความหวาน

รศ.ดร.นพ.พลเทพ วิจิตรคุณากร ผู้อำนวยศูนย์วิจัยปัญหาสุรา กล่าวว่า ในปี พ.ศ. 2567 มีคนไทยดื่มแอลกอฮอล์ถึง 20.9 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2564 ที่มี 16 ล้านคน สาเหตุหนึ่งอาจเกิดจากปัญหาของโครงสร้างภาษีสุราในปัจจุบันเอื้อให้สุราดีกรีสูง มีภาระภาษีต่ำเมื่อเทียบกับเบียร์ ทำให้เกิดการเข้าถึงสุราแรงในราคาถูกได้ง่าย ราคาสุราถูกลง โดยเปรียบเทียบ เนื่องจากสภาวะเงินเฟ้อ รวมถึงนโยบายภาครัฐที่ลดภาษีไวน์และสุราเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้น ข้อเสนอต่อรัฐบาล คือ (1) รัฐบาลควรขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดตามเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่อง (2) ขึ้นภาษีสุรากลั่น (สุราขาว) ให้ใกล้เคียงกับเบียร์ เพื่อลดแรงจูงใจประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ดื่มสุราแรงแต่ถูก (3) มาตรการเสริมอื่น ๆ  เช่น การใช้มาตรการราคาขั้นต่ำต่อหน่วย (minimum unit pricing) การปราบปรามสินค้าหนีภาษีอย่างเข้มงวด หรือเพิ่มค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจำหน่ย ทั้งหมดนี้ จะส่งผลให้ราคาขายปลีกของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทมีราคาขายปลีกเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ 50 ภายในปี 2578 ตามข้อเสนอแนะขององค์การอนามัยโลก

ผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ กล่าวว่า ภาคีควบคุมยาสูบขอเสนอให้รัฐบาลปรับปรุงภาษีบุหรี่สามประการ คือ (1) ปรับภาษีสรรพสามิตยาสูบจาก 2 อัตราให้เป็นอัตราเดียว โดยเก็บทั้งตามปริมาณที่ 2 บาท บวกกับภาษีตามมูลค่าที่ร้อยละ 30 และปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ทุกสองปีจนเป็นร้อยละ 42 ในปี พ.ศ. 2578   (2) ต้องจัดการกับบุหรี่เถื่อน ซึ่งสูงถึงร้อยละ 25 ของการบริโภคบุหรี่ทั้งหมด ซึ่งทำให้ประเทศไทยสูญเสียรายได้กว่า 25,000 ล้านบาทต่อปี และสมควรที่ประเทศไทยจะเข้าร่วมพิธีสารว่าด้วยการจัดการผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ผิดกฎหมายขององค์การอนามัยโลก และ (3) เร่งรัดให้กรุงเทพมหานครจัดเก็บภาษียาสูบเพื่อการบำรุงท้องถิ่น ซองละ 1.86 บาท เหมือน อบจ.อื่นๆทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้ กทม. มีรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 720 ล้านบาท และยังเป็นการแก้ไขปัญหาการเลี่ยงภาษีโดยนำยาสูบของ กทม. ไปขายยังต่างจังหวัด

ผศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม กล่าวว่าปัจจุบัน คนไทยบริโภคโซเดียมเฉลี่ยสูงถึง 3,650 มิลลิกรัมต่อวัน สูงกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกเกือบสองเท่า ส่งผลให้ประเทศไทยมีผู้ป่วยผู้ใหญ่โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคอัมพาต และโรคหัวใจจำนวนมาก และ เด็กไทยมีภาวะความดันโลหิตสูงถึง 9.4% และอ้วน 14.5% จากการสำรวจล่าสุดก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและงบประมาณด้านสุขภาพปีละหลายหมื่นล้านบาท แม้ประเทศไทยจะมีมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี เช่น การรณรงค์ ฉลากโภชนาการ และความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมมาอย่างต่อเนื่อง แต่ข้อมูลเชิงประจักษ์ชี้ชัดว่า “มาตรการให้ความร่วมมือโดยสมัครใจเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ” งานวิจัยในประเทศไทยโดยสถาบัันวิิจััยประชากรและสัังคม มหาวิิทยาลัยมหิดลได้คาดประมาณไว้ว่าหากรัฐดำเนินมาตรการจัดเก็บภาษีตามปริมาณโซเดียมในผลิตภัณฑ์ เช่น ขนมขบเคี้ยวและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จะส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมดำเนินการปรับลดโซเดียมในผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยความดันโลหิตสูงของประชากรไทยได้กว่า 85,000 ราย และเมื่อจัดเก็บภาษีตามปริมาณโซเดียมใน 10 ปีแรก ภาครัฐจะมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีดังกล่าวเกือบ 35.3 พันล้านบาท และประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคได้ถึง 3.1 พันล้านบาท

ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล นักวิจัย Center for Addiction and Mental Health ประเทศแคนาดา สรุปชุดข้อเสนอเชิงนโยบายที่เสนอให้มีการปรับปรุงภาษีสินค้าที่มีผลกระทบต่อสุขภาพสี่ชนิด   ด้วยเหตุผลคือ โรค NCDs ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมากต่อประชากรไทยและเศรษฐกิจของประเทศ สาเหตุสำคัยคือพฤติกรรมการบริโภคสินค้าที่มีผลต่อสุขภาพ คือ บุหรี่ เหล้า เครื่องดื่มผสมน้ำตาล และ เกลือ ซึ่งเป็นสินค้าที่รัฐควรใช้มาตรการทางภาษีมาเพื่อควบคุมการบริโภค ซึ่งประโยชน์อีกทางคือการได้รายได้ภาษีเข้ารัฐ   ข้อเสนอมาตรการภาษีร่วมทุกสินค้า คือ (1) การลดช่องว่างของอัตราภาษีระหว่างผลิตภัณฑ์ย่อยๆ ของแต่ละสินค้า (2) การกำหนดขึ้นอัตราภาษีแต่ละสินค้าอย่างสม่ำเสมอหรือผูกโยงกับภาวะเงินเฟ้อแบบอัตโนมัติ และ (3) จัดการกับสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์   ส่วนข้อเสนอเฉพาะสินค้า ได้แก่ สำหรับบุหรี่ ควรปรับลดอัตราภาษียาสูบประเภทบุหรี่จากสองอัตราเป็นอัตราเดียว สำหรับเครื่องดื่มผสมน้ำตาล ควรดำเนินมาตรการภาษีให้ครอบคลุมนมปรุงแต่ง น้ำผลไม้ เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของสารทดแทนความหวาน สำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรปรับเพิ่มภาษีสุราขาวซึ่งมีอัตราภาษีที่ต่ำมาก และ สำหรับสินค้าที่ใส่เกลือโซเดียม ควรเริ่มต้นกำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีตามปริมาณโซเดียมในผลิตภัณฑ์ เช่น ขนมขบเคี้ยวและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม กล่าวว่า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพอย่างบูรณาการ ทั้งมาตรการทางภาษีและมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี โดยภาษีสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดการบริโภคที่ก่อความเสี่ยงและนำรายได้กลับมาสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ทั้งนี้ สสส. ทำหน้าที่สนับสนุนการวิจัยและการสร้างองค์ความรู้เป็นฐานหลักฐานเชิงประจักษ์ เชื่อมความร่วมมือข้ามภาคส่วน ควบคู่การสื่อสารรณรงค์สาธารณะและการทำงานเชิงพื้นที่ พร้อมติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง รู้เท่าทันกลยุทธ์ทางธุรกิจที่อาจกระทบต่อสุขภาพ และพัฒนาศักยภาพในระดับบุคคล ระบบ และเครือข่าย เพื่อหนุนเสริมพลังภาคีและสังคมให้สามารถขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

นพ.กฤษฎา หาญบรรเจิด กล่าวว่าชุดข้อเสนอเพื่อการปรับปรุงมาตรการภาษีของสินค้าที่มีผลกระทบต่อสุขภาพเหล่านี้ จะช่วยให้ประชาชนสุขภาพดีขึ้นและประเทศไม่ต้องสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยไม่จำเป็น  ทางกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จะผลักดันข้อเสนอนี้ต่อคณะกรรมการควบคุมโรคไม่ติดต่อเพื่อพิจารณาเสนอต่อกระทรวงการคลังและคณะรัฐมนตรีต่อไป

Share
ads image

ธุรกิจ – เศรษฐกิจ

กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ คว้า 5 รางวัลจาก HR Asia Awards 2026 รับรางวัลบริษัท ที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย 6 ปีซ้อน พร้อมเกียรติยศระดับทอง
ธุรกิจ - เศรษฐกิจ

กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ คว้า 5 รางวัลจาก HR Asia Awards 2026 รับรางวัลบริษัท ที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย 6 ปีซ้อน พร้อมเกียรติยศระดับทอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 บริษัท กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์ จำกัด (Griffith Foods Limited) ได้รับ 5 รางวัลจากเวที HR Asia Awards Thailand 2026 ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ โดยได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia

ยูนิลีเวอร์ชูไทยศูนย์วิจัยระดับภูมิภาค ใช้ AI และโรงงานต้นแบบเร่งพัฒนาสินค้า เปิดกลยุทธ์ SASSY ต่อยอดวาสลีน–คนอร์จากไทยสู่ตลาดโลก
ธุรกิจ - เศรษฐกิจ

ยูนิลีเวอร์ชูไทยฮับวิจัย ใช้ AI เร่งนวัตกรรม รุกตลาดโลก

ยูนิลีเวอร์เดินหน้าบทบาทไทยเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาระดับภูมิภาค ผสาน AI กับโรงงานต้นแบบ เร่งต่อยอดอินไซต์ผู้บริโภคสู่สินค้าเชิงพาณิชย์ ชูวาสลีน–คนอร์ ตัวอย่างนวัตกรรมจากไทยขยายตลาดต่างประเทศ

Aura Wellness ฉลอง 10 ปี เปิด Aura Bangkok Clinic สนามบินสุวรรณภูมิ ชูโมเดล “ทำสวยก่อนบิน” เชื่อม Beauty & Wellness กับการท่องเที่ยว ดัน T-Beauty เจาะนักเดินทางทั่วโลก
ธุรกิจ - เศรษฐกิจ

Aura Wellness ปักธงสุวรรณภูมิ เปิดเกม “ทำสวยก่อนบิน” ดัน T-Beauty เจาะนักเดินทางทั่วโลก

Aura Wellness เดินหน้ารุกตลาด Beauty & Wellness รับทศวรรษใหม่ เปิด Aura Bangkok Clinic สาขาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปักหมุดพื้นที่ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศหลังผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง ชูโมเดล “ทำสวยก่อนบิน” เชื่อมบริการความงามเข้ากับการเดินทาง

การเงิน – การลงทุน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ม.มหิดล เผยผลการดำเนินงาน 5 ประเด็นเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายเด็กและเยาวชน ผ่านความร่วมมือ 18 ภาคี
ข่าวทั่วไป

ม.มหิดล เผยผลการดำเนินงาน 5 ประเด็นเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายเด็กและเยาวชน ผ่านความร่วมมือ 18 ภาคี

พลศึกษาที่มีคุณภาพ การเรียนรู้ผ่านการเคลื่อนไหว และการพัฒนาครู เปิดโอกาสให้เด็ก มีกิจกรรมทางกายตามวัย พร้อมพัฒนาแนวทางสำหรับเยาวชนกลุ่มเปราะบาง และผลักดันร่าง ความร่วมมือเชื่อมผลลัพธ์จากงานวิจัยสู่การปฏิบัติ

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับบ้านและสภาพแวดล้อม พร้อมทำความรู้จัก areewood
ข่าวทั่วไป

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับบ้านและสภาพแวดล้อม พร้อมทำความรู้จัก areewood

พื้นไม้เป็นวัสดุที่ได้รับความสนใจในการออกแบบบ้านและงานตกแต่งภายใน เพราะสามารถนำมาใช้สร้างบรรยากาศได้หลายรูปแบบ อย่างไรก็ตาม การเลือกพื้นไม้ให้เหมาะสมไม่ควรพิจารณาเฉพาะสีและลวดลาย แต่ควรทำความเข้าใจโครงสร้างของผลิตภัณฑ์ สภาพแวดล้อม

ไขควงไฟฟ้ากับบล็อกไฟฟ้า ต่างกันอย่างไร? เลือกให้ตรงงานก่อนซื้อ
ข่าวทั่วไป

ไขควงไฟฟ้ากับบล็อกไฟฟ้า ต่างกันอย่างไร? เลือกให้ตรงงานก่อนซื้อ

งานประกอบเฟอร์นิเจอร์ ขันสกรู ซ่อมรถ หรือถอดนอตที่แน่นมาก ล้วนเป็นงานที่ช่วยให้เสร็จเร็วขึ้นได้ด้วยเครื่องมือไฟฟ้า แต่ปัญหาคือเครื่องมือที่ดูคล้ายกันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รับงานแบบเดียวกันทั้งหมด โดยเฉพาะ ไขควงไฟฟ้า บล็อกไฟฟ้า และบล็อกกระแทก

UD Clinic เดินหน้าแผนลงทุนครั้งใหญ่ Q4/2569 วางงบราว 50 ล.จับมือ Wontech – MNB ส่งนวัตกรรมยกกระชับ 34 เครื่อง ถึงลูกค้า 18 สาขา ทั่วประเทศ
ข่าวทั่วไป

UD Clinic เดินหน้าแผนลงทุนครั้งใหญ่ Q4/2569 วางงบราว 50 ล.จับมือ Wontech – MNB ส่งนวัตกรรมยกกระชับ 34 เครื่อง ถึงลูกค้า 18 สาขา ทั่วประเทศ

UD Clinic เดินหน้าแผนลงทุนราว 50 ล้านบาท ในไตรมาส 4 ปี 2569 นำเข้า Oligio X และ Liftera 2 รวม 34 เครื่อง เตรียมทยอยติดตั้งในสาขาต่าง ๆ ช่วงเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน และมีแผนนำเข้าเพิ่มเติมภายในเดือนธันวาคม เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเครือข่าย 18