สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิด 4 ยุทธศาสตร์ยกระดับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทย ท่ามกลางเม็ดเงินลงทุนสะสมในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ช่วง 4 ปีที่ผ่านมามากกว่า 1 ล้านล้านบาท โดยโจทย์ระยะต่อไปไม่ใช่เพียงการดึงโรงงานเข้าประเทศ แต่ต้องทำให้การลงทุนสร้างงานทักษะสูง เชื่อมผู้ประกอบการไทย และเพิ่มมูลค่าในห่วงโซ่อุปทานโลก
ทิศทางดังกล่าวถูกประกาศในงาน Thailand Electronics Circuit Asia 2026 หรือ THECA 2026 ซึ่งรวบรวมผู้ประกอบการตั้งแต่วัตถุดิบ เครื่องจักร แผงวงจรพิมพ์ เซมิคอนดักเตอร์ Advanced Packaging ระบบอัตโนมัติ ไปจนถึงอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ สะท้อนความพยายามวางประเทศไทยเป็นฐานอุตสาหกรรมครบวงจร มากกว่าการเป็นเพียงพื้นที่ประกอบชิ้นส่วนปลายทาง
PCB ดึงลงทุน 331,000 ล้านบาทจาก 224 โครงการ
ข้อมูลของบีโอไอระบุว่า ตั้งแต่ปี 2566 ถึงเดือนมิถุนายน 2569 อุตสาหกรรม PCB และชิ้นส่วนมีมูลค่าการลงทุนในประเทศไทยกว่า 331,000 ล้านบาท จาก 224 โครงการ หรือประมาณหนึ่งในสามของมูลค่าลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดที่สะสมเกิน 1 ล้านล้านบาท
PCB เป็นโครงสร้างพื้นฐานของผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์แทบทุกประเภท ตั้งแต่อุปกรณ์สื่อสาร คอมพิวเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า ระบบพลังงาน ไปจนถึงเซิร์ฟเวอร์ AI การเติบโตของความต้องการคอมพิวติ้งประสิทธิภาพสูงจึงเพิ่มแรงดึงดูดให้ฐานการผลิตที่มีซัพพลายเชนและบุคลากรพร้อมได้รับการลงทุนใหม่
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ ระบุว่า เป้าหมายของประเทศคือยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันสู่ 20 อันดับแรกของโลก และเพิ่มศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่า 3% ต่อปี บทบาทของบีโอไอจึงขยายจากการให้สิทธิประโยชน์ ไปสู่การสร้างระบบนิเวศและทำให้การลงทุนสร้างประโยชน์ภายในประเทศมากขึ้น
4 ยุทธศาสตร์จากการดึงทุนสู่การสร้างประโยชน์
ยุทธศาสตร์แรกคือส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ยุทธศาสตร์ที่สองคือเพิ่มความพร้อมและความน่าดึงดูดของประเทศ เพื่อให้ไทยเป็นจุดหมายของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ส่วนยุทธศาสตร์ที่สามมุ่งสร้างประโยชน์จากการลงทุนผ่านการจ้างงาน การพัฒนาทักษะ และการเชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก ขณะที่ยุทธศาสตร์ที่สี่คือสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจไทยในตลาดโลก
ความท้าทายอยู่ที่การทำให้เม็ดเงินลงทุนส่งผ่านมายังเศรษฐกิจในประเทศ เพราะโครงการเทคโนโลยีขั้นสูงอาจมีมูลค่าสูง แต่หากวัตถุดิบ เครื่องจักร ซอฟต์แวร์ และบุคลากรส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ ผลต่อผู้ประกอบการท้องถิ่นอาจต่ำกว่าที่คาด การพัฒนา Local Supply Chain และ Workforce จึงเป็นตัวชี้วัดสำคัญควบคู่กับจำนวนโครงการ
THECA 2026 คาดเงินสะพัดกว่า 20,000 ล้านบาท
THECA 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–28 สิงหาคม 2569 ณ ไบเทค EH 98–99 ภายใต้แนวคิด “Innovating PCB and Advanced Electronics with Next-Gen Packaging” มีองค์กรเข้าร่วมกว่า 300 แห่ง คาดผู้เข้าชมมากกว่า 7,000 คน และประเมินมูลค่าการซื้อขายภายในงานมากกว่า 20,000 ล้านบาท
ภายในงานมีสัมมนาและการประชุมวิชาการมากกว่า 60 หัวข้อ ครอบคลุม AI Infrastructure, Semiconductor Ecosystem, Photonics, Advanced Packaging, PCB และ EMS พร้อม BOI Local Supply Chain Pavilion สำหรับจับคู่ธุรกิจ และ Workforce Pavilion สำหรับพัฒนาบุคลากร
นายพิธาน องค์โฆษิต นายกสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย กล่าวว่า งานปีที่ 3 เชื่อมผู้ผลิต นักลงทุน ผู้ซื้อ วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญจากกว่า 40 ประเทศ โดยมี Power2Motion เป็นพื้นที่พิเศษที่เชื่อมอิเล็กทรอนิกส์กับพลังงาน ระบบขับเคลื่อนสมัยใหม่ และ AI รวมถึง Technology Associations Pavilion (ASEAN+) ที่รวมเครือข่ายมากกว่า 15 องค์กรจากไทยและภูมิภาค
โอกาสของไทยไม่ได้จบที่กำลังการผลิต
การย้ายฐานและการกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานโลกทำให้ไทยมีโอกาสรับการลงทุนเพิ่ม แต่การแข่งขันระยะยาวจะวัดกันที่องค์ความรู้ บุคลากร การวิจัย และความสามารถของบริษัทไทยในการเป็นผู้ขายสินค้าหรือบริการที่มีมูลค่าสูง ไม่ใช่เพียงแรงงานหรือพื้นที่โรงงาน
หากการลงทุน PCB และเซมิคอนดักเตอร์สามารถเชื่อมกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ดาต้าเซ็นเตอร์ พลังงาน และระบบอัตโนมัติที่ไทยมีฐานอยู่แล้ว จะช่วยเพิ่มความหนาแน่นของระบบนิเวศและลดการพึ่งพาการนำเข้า อย่างไรก็ตาม ประเทศยังต้องเร่งพัฒนาวิศวกร ช่างเทคนิค ซัพพลายเออร์มาตรฐานสูง และกติกาด้านพลังงานกับสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมโลก
ดังนั้น ตัวเลขลงทุน 1 ล้านล้านบาทเป็นสัญญาณความเชื่อมั่นที่สำคัญ แต่ความสำเร็จที่แท้จริงต้องพิจารณาจากมูลค่าที่เกิดในประเทศ จำนวนผู้ประกอบการไทยที่ได้เข้าสู่ซัพพลายเชน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และคุณภาพงานที่สร้างขึ้น หาก 4 ยุทธศาสตร์เดินหน้าได้ครบถ้วน อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงจะมีโอกาสเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่สร้างผลต่อเนื่องมากกว่ารอบการลงทุนระยะสั้น
