เดินหน้าใช้ SEA บูรณาการเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม วางแผนน้ำระยะยาว 2566-2580 ครอบคลุม 13 จังหวัด
ไฮไลท์ข่าว
- สทนช.-ม.เกษตรฯ เปิดเวทีสุพรรณบุรี รับฟังความคิดเห็นปรับแผนแม่บทน้ำลุ่มน้ำท่าจีน
- เดินหน้าแผนบริหารจัดการน้ำ พ.ศ. 2566-2580 ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีน 13 จังหวัด
- ใช้กระบวนการ SEA บูรณาการเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
- โฟกัส 3 ปัญหาหลัก น้ำแล้ง น้ำท่วม และคุณภาพน้ำ
- เปิดทางภาคประชาชนมีส่วนร่วม ร่วมสะท้อนปัญหาและเสนอแนวทางแก้ไข
- จัดเวทีรับฟังเพิ่มเติม 2 ครั้ง พร้อมประชุมกลุ่มย่อยอีก 3 ครั้ง
- เป้าหมายลดความเสี่ยงภัยพิบัติ เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเวทีปฐมนิเทศโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำท่าจีน ปรับปรุงช่วงที่ 1 พ.ศ. 2566-2580 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี มุ่งรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน วางแนวทางรับมือปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม และคุณภาพน้ำอย่างเป็นระบบ พร้อมนำกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA เป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดทิศทางพัฒนาลุ่มน้ำอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรมสองพันบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดการประชุมปฐมนิเทศโครงการดังกล่าว โดยมีหน่วยงานราชการ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการลุ่มน้ำ องค์กรผู้ใช้น้ำ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นต่อสภาพปัญหา ข้อจำกัด และแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำท่าจีน

นายวรัตม์ มาประณีต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมสะท้อนปัญหาในพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม และคุณภาพน้ำ รวมถึงพิจารณาว่าแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันสามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาของลุ่มน้ำท่าจีนได้มากน้อยเพียงใด
นายวรัตม์กล่าวว่า ลุ่มน้ำท่าจีนในแต่ละปีต้องเผชิญสถานการณ์น้ำที่แตกต่างกันตามสภาพภูมิอากาศ บางปีเกิดภาวะเอลนีโญ ส่งผลให้มีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำ ขณะที่บางปีมีปริมาณน้ำมากจนเกิดอุทกภัย ดังนั้น การปรับปรุงแผนแม่บทจึงจำเป็นต้องมองทั้งภาพรวมระยะยาวและความผันผวนรายปี เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการที่เหมาะสม สามารถลดผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน นายศราวุธ สากล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 2 กล่าวว่า การปรับปรุงแผนแม่บทครั้งนี้จะนำกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ Strategic Environmental Assessment: SEA มาใช้เป็นเครื่องมือหลัก โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ เพื่อให้การจัดทำแผนสะท้อนปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของแต่ละพื้นที่

นายศราวุธกล่าวว่า ข้อมูลที่ได้รับจากเวทีปฐมนิเทศจะถูกนำไปใช้ประกอบการกำหนดทางเลือกในการแก้ไขปัญหา พัฒนาเป้าหมาย ตัวชี้วัด และแนวทางจัดทำแผนแม่บทที่เชื่อมโยงทั้งระดับนโยบายและระดับพื้นที่ โดยไม่พิจารณาเฉพาะด้านวิศวกรรมเท่านั้น แต่จะบูรณาการมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป
ทั้งนี้ กระบวนการมีส่วนร่วมภายใต้กรอบ SEA จะครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 12 กลุ่ม หลังจากเวทีปฐมนิเทศครั้งนี้ โครงการจะดำเนินการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมอีก 2 ครั้ง และจัดประชุมกลุ่มย่อยอีก 3 ครั้ง เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึก วิเคราะห์รากของปัญหา และพัฒนาทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์สำหรับแก้ไขปัญหาลุ่มน้ำท่าจีนในระยะยาว
ผศ.ดร.ทรงศักดิ์ ภัทราวุฒิชัย ผู้จัดการโครงการ กล่าวว่า พื้นที่ศึกษาของโครงการครอบคลุมลุ่มน้ำท่าจีนใน 13 จังหวัด รวมถึงพื้นที่ลุ่มน้ำใกล้เคียง ได้แก่ ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่กลอง โดยจะรวบรวม ประเมิน และสังเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ เพื่อระบุสภาพปัญหา จุดเสี่ยง และจุดวิกฤตของลุ่มน้ำท่าจีนอย่างเป็นระบบ
ผศ.ดร.ทรงศักดิ์กล่าวว่า ปัญหาสำคัญของลุ่มน้ำท่าจีนประกอบด้วย น้ำท่วมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ความเสี่ยงภัยแล้งในพื้นที่ตอนกลาง และปัญหาคุณภาพน้ำในช่วงท้ายลุ่มน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านน้ำ ภาคการผลิต ภาคเกษตรกรรม และคุณภาพชีวิตของประชาชน

“การศึกษาครั้งนี้จะช่วยให้เห็นต้นตอของปัญหาในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบาย มาตรการ และโครงการที่ตอบโจทย์การบริหารจัดการน้ำได้ตรงจุด ทั้งในระยะกลางและระยะยาว” ผศ.ดร.ทรงศักดิ์กล่าว
โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำ ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีน โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเกิดความสมดุลและยั่งยืน

