ธุรกิจ - เศรษฐกิจ

ทรูมันนี่รุก PaymentTech เปิด “แตะจ่าย” ไม่ต้องผูกบัตรเครดิต ปักธง AI ขับเคลื่อนการเงินดิจิทัล

Share
ทรูมันนี่ประกาศ 4 ยุทธศาสตร์ PaymentTech เปิดฟีเจอร์แตะจ่ายโดยไม่ต้องผูกบัตรเครดิต รองรับ BlueTap และ EDC พร้อมขยาย 50,000 จุดทั่วไทย
ทรูมันนี่ประกาศ 4 ยุทธศาสตร์ PaymentTech เปิดฟีเจอร์แตะจ่ายโดยไม่ต้องผูกบัตรเครดิต รองรับ BlueTap และ EDC พร้อมขยาย 50,000 จุดทั่วไทย
Share

ทรูมันนี่ประกาศ 4 ยุทธศาสตร์ PaymentTech เดินหน้าพลิกโฉมระบบชำระเงินไทย เปิดตัวฟีเจอร์ “แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่” รองรับทั้ง iOS และ Android โดยไม่ต้องมีหรือผูกบัตรเครดิต ตั้งเป้าขยาย BlueTap มากกว่า 50,000 จุดทั่วประเทศภายในเดือนกันยายน 2569 พร้อมนำ AI พัฒนาบริการการเงินเฉพาะบุคคล

ทรูมันนี่ ผู้ให้บริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนต์และบริการทางการเงินดิจิทัลภายใต้แอสเซนด์ มันนี่ ประกาศยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการชำระเงินของไทย ภายในงาน “Tap Forward: Your Everyday Money Companion” พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ “แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่” ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ผู้บริโภคสามารถแตะจ่ายผ่านแอปพลิเคชันได้โดยไม่จำเป็นต้องมีหรือผูกบัตรเครดิต

การประกาศยุทธศาสตร์ดังกล่าวสะท้อนความพยายามของทรูมันนี่ในการยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการดิจิทัลวอลเล็ต สู่การเป็นแพลตฟอร์ม PaymentTech ที่เชื่อมโยงการชำระเงิน บริการทางการเงิน สิทธิประโยชน์ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และเครือข่ายพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศไว้ในระบบเดียว

ปัจจุบันทรูมันนี่มีผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนแล้วมากกว่า 35 ล้านรายในประเทศไทย พร้อมเครือข่ายรับชำระเงินกว่า 7 ล้านจุดทั่วประเทศ และอยู่ระหว่างขยายบริการชำระเงินข้ามพรมแดนเพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้บริการทางการเงินดิจิทัลมากขึ้น

ผู้บริโภคคาดหวังมากกว่าความสะดวก

นางสาวมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด กล่าวว่า การชำระเงินดิจิทัลได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเต็มรูปแบบ

จากนี้ความต้องการของผู้บริโภคจะไม่ได้หยุดอยู่เพียงความสะดวกในการชำระเงิน แต่จะคาดหวังบริการทางการเงินที่มีความชาญฉลาด เข้าใจบริบทของผู้ใช้ และผสานเข้ากับวิถีชีวิตประจำวันมากขึ้น

“ทรูมันนี่เชื่อว่าอนาคตของการชำระเงินไม่เพียงต้องไร้รอยต่อ แต่ต้องผสานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยยกระดับประสบการณ์ทางการเงินของผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง เทคโนโลยีอย่าง AI ที่ทำงานร่วมกับอีโคซิสเต็มที่แข็งแกร่ง และความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง จะเป็นกลไกสำคัญที่กำหนดทิศทางของ PaymentTech ยุคต่อไป”

ที่ผ่านมา ทรูมันนี่มีบทบาทในการพัฒนาบริการชำระเงินออนไลน์ เครือข่ายรับชำระผ่านวอลเล็ต สินเชื่อดิจิทัล การลงทุน การส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน และเทคโนโลยีความปลอดภัยบนโทรศัพท์มือถือ

บริษัทจึงวาง 4 ยุทธศาสตร์หลัก เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการเงินดิจิทัลและตอกย้ำตำแหน่งในตลาด PaymentTech

เปิด 4 ยุทธศาสตร์ PaymentTech

1. พัฒนาการชำระเงินให้ไร้รอยต่อ

ทรูมันนี่เตรียมยกระดับประสบการณ์ชำระเงินในชีวิตประจำวันให้รวดเร็วและลดขั้นตอนมากขึ้น ผ่านบริการแตะจ่าย การตั้งชำระเงินอัตโนมัติ และบริการทางการเงินรูปแบบใหม่

นอกจากการชำระเงิน บริษัทยังมีแผนขยายบริการให้ครอบคลุมการใช้จ่าย การออม การลงทุน และการบริหารจัดการเงิน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการเรื่องการเงินผ่านแอปเดียว

2. ขยายเครือข่ายพันธมิตรในและต่างประเทศ

ทรูมันนี่เดินหน้าเชื่อมต่อเครือข่ายร้านค้า ช่องทางชำระเงิน และระบบชำระเงินข้ามพรมแดน ปัจจุบันผู้บริโภคสามารถใช้ทรูมันนี่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ บริการดิจิทัล และจุดรับชำระเงินมากกว่า 7 ล้านจุดทั่วประเทศ

ขณะเดียวกัน ความร่วมมือกับ Alipay+ ทำให้ผู้ใช้สามารถชำระเงินในกว่า 50 ประเทศและเขตการท่องเที่ยว โดยบริษัทมีแผนขยายการให้บริการไปสู่ 220 ประเทศและเขตการท่องเที่ยวทั่วโลก

ทรูมันนี่ยังเตรียมขยายบริการแตะจ่ายไปยังจุดรับชำระเงินในต่างประเทศ เพื่อตอบรับพฤติกรรมการเดินทางและการใช้จ่ายแบบไร้พรมแดน

3. ยกระดับความคุ้มค่าของทุกการใช้จ่าย

บริษัทเตรียมพัฒนา TrueMoney Coins ให้เป็น Loyalty Platform ที่มีสิทธิประโยชน์และช่องทางแลกใช้ครอบคลุมมากขึ้น พร้อมเชื่อมต่อระบบกับพันธมิตรในวงกว้าง

การเชื่อมโยงข้อมูลการชำระเงิน สิทธิประโยชน์ และผลิตภัณฑ์ทางการเงิน จะช่วยให้ทรูมันนี่สามารถนำเสนอบริการที่เหมาะกับผู้ใช้งานแต่ละราย รวมถึงสนับสนุนโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงินผ่านโครงสร้างของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาในอนาคต

4. ใช้ AI และข้อมูลสร้างบริการการเงินอัจฉริยะ

ทรูมันนี่นำ AI และข้อมูลมาพัฒนาประสบการณ์ทางการเงินเฉพาะบุคคล โดยปรับหน้าจอแอปพลิเคชันให้จัดวางเมนูตามความสนใจและพฤติกรรมของผู้ใช้งานโดยอัตโนมัติ

บริษัทยังเปิดตัวฟีเจอร์ Money Buddy ในฐานะผู้ช่วยทางการเงินที่สามารถแจ้งเตือนและให้คำแนะนำตามลักษณะการใช้งานของแต่ละบุคคล

นอกจากนี้ ทรูมันนี่ยังนำ AI มาใช้ภายในองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พัฒนาผลิตภัณฑ์ ยกระดับระบบอัตโนมัติ และลดระยะเวลาในการต่อยอดนวัตกรรมใหม่เข้าสู่ตลาด

“แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่” ลดขั้นตอนเหลือประมาณ 6 วินาที

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวฟีเจอร์ “แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่” เพื่อเปลี่ยนประสบการณ์จากการสแกนคิวอาร์โค้ด ไปสู่การแตะสมาร์ตโฟนที่เครื่องรับชำระเงิน

นายธนรัฐ ธุวสุจิเรข ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคจำนวนมากยังต้องผ่านหลายขั้นตอนก่อนชำระเงินสำเร็จ ตั้งแต่ปลดล็อกโทรศัพท์ เปิดแอปพลิเคชัน เข้าสู่หน้าชำระเงิน และสแกนคิวอาร์โค้ด

ผู้บริโภคจึงเริ่มต้องการประสบการณ์ใช้จ่ายที่ง่ายและรวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะการแตะจ่าย ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่พกสมาร์ตโฟนติดตัวตลอดเวลา

ฟีเจอร์ดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดขั้นตอนการทำธุรกรรม โดยทรูมันนี่ระบุว่าสามารถใช้เวลาแตะจ่ายได้ภายในประมาณ 6 วินาที และไม่จำเป็นต้องมีหรือสมัครบัตรเครดิต

เปิดแตะจ่าย 2 ระบบ ทั้ง BlueTap และ EDC

ทรูมันนี่เปิดให้บริการแตะจ่ายใน 2 รูปแบบ ประกอบด้วย ระบบ Closed Loop และ Open Loop

รูปแบบแรกคือการแตะจ่ายผ่านเครื่อง BlueTap สีส้ม ซึ่งมีแท่นวงกลมแสงสีฟ้าบริเวณกึ่งกลาง รองรับทั้งโทรศัพท์มือถือระบบ iOS และ Android โดยผู้ใช้เพียงมีแอปทรูมันนี่ และไม่ต้องมีหรือผูกบัตรเครดิต

บริการดังกล่าวอยู่ภายในเครือข่ายร้านค้าพันธมิตรของทรูมันนี่ จึงจัดอยู่ในระบบ Closed Loop

อีกรูปแบบคือการแตะจ่ายผ่านเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ EDC ที่มีสัญลักษณ์ Contactless ซึ่งเป็นระบบ Open Loop โดยจะเริ่มเปิดให้ผู้ใช้งานระบบ Android ใช้บริการตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2569

การให้บริการทั้งสองรูปแบบเกิดจากความร่วมมือระหว่างทรูมันนี่กับ Alipay+ แพลตฟอร์มเชื่อมต่อดิจิทัลวอลเล็ตของ Ant International ครอบคลุมทั้งอุปกรณ์ BlueTap และโซลูชัน Alipay+ Tap ซึ่งใช้เทคโนโลยี NFC ที่พัฒนาร่วมกับ Mastercard

ทรูมันนี่ระบุว่า การเปิดให้ผู้ใช้เข้าถึงทั้งระบบ Closed Loop และ Open Loop ผ่านดิจิทัลวอลเล็ตเดียว ถือเป็นอีกขั้นของการเชื่อมต่อระบบชำระเงินให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น

ตั้งเป้าขยาย BlueTap เกิน 50,000 จุด

บริการ BlueTap เริ่มเปิดใช้งานที่ร้าน 7-Eleven และร้านค้าพันธมิตรที่ร่วมรายการ โดยบริษัทตั้งเป้าขยายจุดรับชำระเงินเป็นมากกว่า 50,000 จุดทั่วประเทศภายในเดือนกันยายน 2569

นับตั้งแต่เริ่มเปิดบริการ มีผู้ใช้แตะจ่ายผ่าน BlueTap แล้วมากกว่า 1.5 ล้านคน และมียอดแตะจ่ายสะสมกว่า 5 ล้านครั้ง

กลุ่มผู้ใช้หลักคือวัยรุ่นและวัยทำงาน โดยประมาณ 70% ใช้โทรศัพท์ระบบ iOS และอีก 30% ใช้ระบบ Android

ข้อมูลในช่วงเริ่มต้นยังพบว่า ร้านค้าพันธมิตรบางแห่งมียอดขายจากกลุ่มผู้ใช้ทรูมันนี่เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% หลังติดตั้ง BlueTap ขณะที่ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นประมาณ 14%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า การลดขั้นตอนการชำระเงินอาจมีผลต่อความถี่และมูลค่าการใช้จ่าย รวมถึงช่วยให้ร้านค้ารองรับช่องทางชำระเงินได้หลากหลายขึ้น

EDC รองรับ 900,000 จุดในไทย

สำหรับการแตะจ่ายที่เครื่อง EDC ทรูมันนี่ร่วมกับ Alipay+ นำเทคโนโลยี Mastercard Wallet Pay มาเปิดให้ผู้ใช้เปิดใช้งานการชำระเงินแบบไร้สัมผัสผ่านแอป TrueMoney

ผู้ใช้ระบบ Android จะสามารถนำโทรศัพท์ไปแตะจ่ายที่เครื่อง EDC ที่มีสัญลักษณ์ Contactless ได้โดยไม่ต้องมีหรือสมัครบัตรเครดิต

เครือข่ายดังกล่าวครอบคลุมมากกว่า 900,000 จุดในประเทศไทย และมากกว่า 150 ล้านจุดรับชำระใน 220 ประเทศและเขตการท่องเที่ยวทั่วโลก

บริษัทจะเริ่มเปิดบริการแก่ผู้ใช้ Android ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ก่อนทยอยขยายการใช้งานในวงกว้าง พร้อมเตรียมเปิดตัวแคมเปญ สิทธิประโยชน์ และโปรโมชั่นตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

รุกระบบขนส่ง จ่อแตะเข้า MRT ปลายปี 2569

นอกจากร้านค้า ทรูมันนี่ยังขยายบริการแตะจ่ายเข้าสู่ระบบขนส่งสาธารณะ ปัจจุบันผู้ใช้สามารถแตะจ่ายค่าโดยสารผ่านเครื่อง EDC บนรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. มากกว่า 6,000 คันทั่วกรุงเทพฯ

ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างหารือความร่วมมือกับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง เพื่อพัฒนาระบบแตะจ่ายบริเวณทางเข้าสถานี

หากการพัฒนาเป็นไปตามแผน คาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการภายในไตรมาส 4 ปี 2569 โดยผู้โดยสารจะสามารถใช้แอปทรูมันนี่แตะเข้าสถานีได้โดยไม่ต้องซื้อตั๋วหรือบัตรโดยสารแยกต่างหาก

สมรภูมิใหม่จาก e-Wallet สู่ PaymentTech

การเปิดตัวบริการแตะจ่ายของทรูมันนี่สะท้อนภาพการแข่งขันในตลาดการเงินดิจิทัลที่กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านจำนวนผู้ใช้งานและโปรโมชั่น ไปสู่การแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐาน ประสบการณ์ผู้ใช้ ข้อมูล และความสามารถในการเชื่อมต่อระบบชำระเงินหลายรูปแบบ

ในมุมผู้บริโภค การแตะจ่ายโดยไม่ต้องมีบัตรเครดิตอาจช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยี Contactless Payment โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ดิจิทัลวอลเล็ตเป็นช่องทางทางการเงินหลัก

ส่วนในมุมผู้ประกอบการ การมีช่องทางรับชำระเงินเพิ่มขึ้นอาจช่วยลดความซับซ้อนบริเวณจุดขาย เพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ และรองรับทั้งผู้ใช้ในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของบริการจะขึ้นอยู่กับความครอบคลุมของจุดรับชำระ ความพร้อมของอุปกรณ์ ความปลอดภัยของระบบ และการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคใช้งานอย่างต่อเนื่อง

การประกาศ 4 ยุทธศาสตร์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวฟีเจอร์ชำระเงินใหม่ แต่เป็นการวางโครงสร้างให้ทรูมันนี่ขยายบทบาทสู่แพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลที่เชื่อมโยงการชำระเงิน บริการทางการเงิน AI และเครือข่ายระดับโลกเข้าด้วยกัน

Share
ads image

ธุรกิจ – เศรษฐกิจ

การเงิน – การลงทุน